อุดรธานี*กุมภวาปี*คำชะโนด*บึงกาฬ 3 วัน 2 คืน

อุดรธานี , ไทย

ไฮไลท์แพ็คเกจ

วัดป่าภูก้อน • วัดผาตากเสื้อ • วัดโพธิ์ชัย • ศาลาแก้วกู่ • จังหวัดบึงกาฬ  • ชมพระอาทิตย์ขึ้นจุดชมวิวหินสามวาฬ • วัดภูทอก • คำชะโนด • • ถนนคนเดินอุดรธานี  • กุมภวาปี ทะเลบัวแดง • ช้อปปิ้งของฝาก • สนามบินอุดร

กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา

31 ธันวาคม-02 มกราคม 2022
ประเภทลูกทัวร์
ค่าบริการ
ผู้ใหญ่
฿8,399
บริการเสริม
ค่าบริการ
พักเดี่ยวเพิ่ม
฿2,000

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : กรุงเทพฯ • อุดรธานี • วัดป่าภูก้อน • วัดผาตากเสื้อ • วัดโพธิ์ชัย • ศาลาแก้วกู่ • จังหวัดบ...
  • 04:00
    • พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินนกแอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
  • 05:55
    • ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง สู่ จังหวัดอุดรธานี ด้วยเที่ยวบิน DD88 (ใช้ระยะเวลาเดินทาง โดยประมาณ 1ชั่วโมง)

    • หมายเหตุ เนื่องจากตั๋วเครื่องบินของคณะเป็นตั๋วกรุ๊ประบบ Randomไม่สามารถล็อกที่นั่งได้ ที่นั่งอาจจะไม่ได้นั่งติดกันและไม่สามารถเลือกช่วงที่นั่งบนเครื่องบินได้ในคณะ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขสายการบิน
  • 06:55
    • เดินทางถึง สนามบินอุดรธานี รับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางด้วยรถตู้ วีไอพี

    • จากนั้น นำท่านออกเดินทางสู่ วัดป่าภูก้อน อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี วัดสวยท่ามกลางผืนป่าตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม เป็นสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของพระสายกรรมฐาน พระวิหารที่สวยงามสะดุดตามีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ มีประตูทางเข้าออกวิหาร 3 ด้าน ภายในถูกตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา แฝงไปด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า รอบผนังภายในวิหารตกแต่งอย่างสวยงามด้วย ภาพพุทธประวัติและภาพทศชาติ ตกแต่งเป็นภาพปั้นนูนต่ำหล่อด้วยทองแดงจำนวน 22 ช่อง ซึ่งเป็นภาพของพระพุทธเจ้าในองค์ชาติต่างๆ 10 ชาติ ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา สักการะองค์พระพุทธรูปหินอ่อนเพื่อความเป็นสิริมงคล
    วัดป่าภูก้อน เกิดขึ้นจากพุทธบริษัท ที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นน...

    วัดป่าภูก้อน เกิดขึ้นจากพุทธบริษัท ที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งกำลังถูกทำลาย และเพื่อตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่า และพรรณไม้นานาพันธุ์ ให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยคู่กับแผ่นดินไทย วัดป่าภูก้อน จะเป็นสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของพระสายกรรมฐาน ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ ในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา ซึ่งเป็นประธานประดิษฐานหน้าองค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ มีพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี เป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ทำด้วยหินอ่อนขาวจากเมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี ความยาว 20 เมตร มี ลักษณะอ่อนช้อยงดงาม การเดินทางไปวัดป่าภูก้อน อยู่ห่างจากตัวจังหวัด 124 กิโลเมตร จากจังหวัดอุดรธานี ไปตามทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี-หนองคาย) ถึงกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2021 (อุดรธานี-บ้านผือ) ไปยังบ้านนาคำใหญ่ อำเภอนายูง

    Rattanaphon Pattha
  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารสุจิตราปลาเผา

    • จากนั้น ออกเดินทางสู่อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ลัดเลาะเลียบลำน้ำโขงมุ่งสู่ วัดผาตากเสื้อ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาเป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก มองจากบนหน้าผาลงมาเห็นแม่น้ำฝั่งประเทศลาวไหลมาบรรจบแม่น้ำโขงเกิดเป็นดอนที่สวยงามมาก ภายในวัดมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ สามารถเดินเลาะตามหน้าผาเพื่อชมธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามได้ จุดไฮไลท์ที่โด่งดั่งคือ Sky Walk ที่วัดผาตากเสื้อแห่งนี้มมีทางเดินกระจกใสรูปทรงเกือกม้า โดยยื่นออกไปทางหน้าผา ทางเดินมีลักษณะโปร่งใสสามารถมองทะลุลงไปเบื้องล่างได้ เป็นสกายวอร์ค กระจกใสแห่งแรกของไทย

    • จากนั้น พาทุกท่านเดินทางสู่จังหวัดหนองคาย พาไปยัง วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) จากเดิมชื่อ “วัดผีผิว” ถือ ว่าเป็นวัดสำคัญของคนไทยอีสานอีกหนึ่งวัดและยังเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจงหวัดหนองคาย เนื่องจากวัดนี้เคยใช้เป็นที่เผาผี หรือเผาศพ และว่ากันว่ามีผีดุ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดโพธิ์ชัย ปัจจุบัน เป็นสถานที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพระใส” พระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย ที่หล่อด้วยทองสุก ซึ่งมีพระพุทธลักษณะอันงดงามอย่างมาก

    • จากนั้น มุ่งหน้าสู่ จังหวัดบึงกาฬ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการเดินทาง
    วัดผาตากเสื้อ เป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก มองจากบนผาลงมามองเห็นความเป็นอยู่ของ...

    วัดผาตากเสื้อ เป็นวัดที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก มองจากบนผาลงมามองเห็นความเป็นอยู่ของชาวไทยลาว ภายในวัดมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ สามารถเดินเลาะ ตามหน้าผาเพื่อชม ธรรมชาติและ ทิวทัศน์ที่สวยงามได้ ในอำเภอสังคมนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวมากกว่าที่อื่น ๆ ในจังหวัดหนองคาย และที่วัดแห่งหนึ่งมีชื่อว่า "วัดผาตากเสื้อ" เป็นวัดแห่งหนึ่งที่นอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแล้วยังเป็นที่จุดชมวิวที่สวยงามอีกด้วย เนื่องจากเป็นตั้งอยู่ที่สูงบนยอดเขา หากขึ้นไปบนผาจะเห็นว่ามีวิวที่สวยงามสามารถที่จะมองเห็นด้านล่างทั้งฝั่งไทย ซึ่งเป็นอำเภอสังคมและทางฝั่งลาวที่มีแม่น้ำโขงกั้นอยู่ หากไปช่วงหน้าหนาวที่ผาแห่งนี้เป็นอีกจุดหนึ่งมีทะเลหมอกด้วย วิวจะพบกับเขาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นสลับซับซ้อนและมีแม่น้ำโขง ข้างบนจะเป็นวัดเหมาะสำหรับปฏิบัติธรรมด้วย เพราะว่าเป็นวันที่ร่มรื่นและมีความเงียบสงบ สำหรับประวัติความเป็นมานั้น เนื่องจากมีพระรูปหนึ่งท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เหรียญซึ่งท่านได้ห้ามไว้ชื่อ "พระอาจารย์ สมเดช" แต่ด้วยความตั้งใจท่านได้ขึ้นไปบำเพ็ญเพียรที่นั้นจนได้ ท่าใช้บริเวณบนยอดภูเป็นหลักในการเข้าสู่ถาวะสงบทางใจ เวลาท่านขึ้นไปยอดภูจึงต้องได้ปีนจากด้านล่างทั้งหินและใช้เถาวัลย์ในการช่วย หลายครั้งตอนเช้าทางบิณฑบาตแล้วตกลงมาทำให้ข้าวในบาตรตกออกไป บางครั้งมีอาการปวดบ่อยครั้ง แต่ท่านไม่เคยให้โยมช่วยทุกครั้งท่านจะขึ้นไปเอง พอระยะเวลานานเข้าได้มีโยมพยายามอาสาช่วยให้สร้างทางขึ้นแต่กระนั้นทางขึ้นจากหมู่บ้านเป็นผาสูง เลยต้องสร้างจากด้านอื่นแทน และได้ก่อสร้างมาเป็นวัด โดยท่านผู้ว่าจังหวัดในสมัยนั้นให้มีโครงการสร้างทางขึ้นด้วยรถตัดดินและได้มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว สองข้างทางขึ้นจะเป็นโครงการปลุกป่าเฉลิมพระเกียรติด้วย ได้มีการเทลาดยางบางจุดรวมระยะทางจากถนนใหญ่เกือบ 8 กิโลเมตร ข้างในวัดนอกจากจะมีผาที่สูงเพื่อยังมีสิ่งปลูกสร้างของทางวัดที่ร่มรื่นมาก อย่างเช่นศาลาเมื่อก่อนไม่มีไฟฟ้าใช้เครื่องปั่นไฟและใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีอุโบสถที่สวยงามและทางบันไดที่สวย ด้านบนสามารถรับชมวิวได้ด้วยนอกจากนั้นได้ข่าวว่ามีการสร้างเจดีย์เพื่อบรรจุอัฐิธาตุของอริยสงฆ์ เช่น หลวงปู่มั่นไว้ด้วย

    Rattanaphon Pattha
    หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยล้านช้าง และตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พ...

    หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยล้านช้าง และตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พระธิดา 3 องค์ แห่งกษัตริย์ล้านช้างเป็นผู้สร้าง บางท่านก็ว่าเป็นพระราชธิดาของพระไชยเชษฐาธิราช ได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และขนานนาม พระพุทธรูปตามนามของตนเองไว้ด้วยว่า พระเสริมประจำพี่ใหญ่ พระสุกประจำคนกลาง พระใสประจำน้องสุดท้อง มีขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ การประดิษฐาน เดิมทีนั้นหลวงพ่อพระใสได้ประดิษฐาน ณ เมืองเวียงจันทน์ พ.ศ. ๒๓๒๑ สมัยกรุงธนบุรีได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองเวียงคำ และถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัย เมืองเวียงจันทน์อีก ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ เจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฎ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ จึงได้อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใส ลงมาด้วย โดยอัญเชิญมาจากภูเขาควายขึ้นประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ ซึ่งผูกติดกันอย่างมั่นคงล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงตรงบ้านเวินแท่นในขณะนั้น เกิดอัศจรรย์แท่นของพระสุกได้เกิดแหกแพจมลงไปในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุพัดแรงจัด และบริเวณนั้นได้นามว่า "เวินแท่น" การล่องแพก็ยังล่องมาตามลำดับจนถึงน้ำโขง (ปากน้ำงึม) เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้เกิดพายุใหญ่ เสียงฟ้าคำรามคะนองร้องลั่น ในที่สุดพระสุกได้แหกแพจมลงไปในน้ำ ซึ่งอาการวิปริตต่างๆ ก็ได้หายไปเป็นอัศจรรย์ยิ่ง บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า "เวินสุก" และพระสุกก็จมอยู่ในน้ำตรงนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังเหลือแต่พระเสริม พระใส ที่ได้นำขึ้นมาถึงเมืองหนองคาย พระเสริมนั้นได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใส ได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดหอก่อง (ปัจจุบันคือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ) ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริม จากวัดโพธิ์ชัย หนองคายไปกรุงเทพฯ และอัญเชิญพระใสจากวัดหอก่องขึ้นประดิษฐานบนเกวียนจะอัญเชิญลงไปกรุงเทพฯ ด้วย แต่พอมาถึงวัดโพธื์ชัย หลวงพ่อพระใสได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหักจึงอัญเชิญลงไปไม่ได้ ได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม ส่วนหลวงพ่อพระใสได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จนถึงปัจจุบัน ความอัศจรรย์ของหลวงพ่อพระใสจนได้สมญาว่า "หลวงพ่อเกวียนหัก"

    chompoo
  • เย็น
    • บริการอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร ครัวปอแก้ว
  • ค่ำ
    • เข้าสู่ที่พัก โรงแรมเดอะวันบึงกาฬ หรือ ระดับเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
วันที่สอง 2 : ชมพระอาทิตย์ขึ้นจุดชมวิวหินสามวาฬ • วัดภูทอก • คำชะโนด • • ถนนคนเดินอุดรธานี
  • 04:30
    • พาทุกท่านชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ หินสามวาฬ ณ ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ ที่นี่โดดเด่นด้วยภูเขาหินทราย หน้าผา ถ้ำ กลุ่มหินรูปทรงต่างๆ และผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ (เปลี่ยนยานพาหนะเป็นรถของอาสาป่าไม้ ภูสิงห์) ชม หินสามวาฬ ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่หิน หินสามวาฬโดยมีลักษณะเป็นภูเขาหินทรงมนทอดตัวยาวเรียงกัน 3 ก้อน มองจากทางอากาศจะเห็นคล้ายเป็นวาฬพ่อ แม่ ลูก ว่ายน้ำด้วยกัน ซึ่งน้ำในที่นี่ก็คือผืนป่าที่เขียวขจีนั่นเอง และเมื่อมองจากบนหินสามวาฬออกไป จะพบกับทัศนียภาพของป่าภูวัว ห้วยบังบาตร แก่งสะดอก หาดทรายแม่น้ำโขง และขุนเขาของเมืองปากกระดิ่ง สปป.ลาว หากมาในยามเช้าก็อาจได้เห็นทะเลหมอกลอยละล่องเหนือผืนป่าอีกด้วย หากอากาศดีเราจะได้สัมผัสทะเลหมอกอย่างสวยงาม จากนั้น อิสระให้ท่านถ่ายภาพแห่งความประทับใจ ชมพระอาทิตย์ขึ้น ตามอัธยาศัย
    หินสามวาฬ หนึ่งในจุดสถานที่ท่องเที่ยวของ ภูสิงห์ จังหวัดบึงกาฬ ตั้งอยู่ภายในเขตพ...

    หินสามวาฬ หนึ่งในจุดสถานที่ท่องเที่ยวของ ภูสิงห์ จังหวัดบึงกาฬ ตั้งอยู่ภายในเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู อีกทีค่ะ โดยบริเวณนี้จะเต็มไปด้วยกลุ่มก้อนหินรูปทรงต่างๆ หน้าผา และถ้ำ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ เกิดเป็นความสวยงามในแบบต่างๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากจะเดินทางมาเห็นด้วยตาตัวเองนั่นเองค่ะ โดยที่บริเวณของ หินสามวาฬ นั้น จะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง แยกตัวเป็น 3 ก้อนใหญ่ๆ เรียงต่อกัน มีอายุประมาณ 75 ล้านปีเลยทีเดียว ความพิเศษของหินก็คือ เมื่อมองดูจากระยะไกลๆ หินสามก้อนนี้จะดูคล้ายกับฝูงครอบครัววาฬ มีทั้งพ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ นั่นเองค่ะ ซึ่งก็จะถูกเรียกตามขนาดของหินแต่ละก้อน แต่ความ Unseen ของ หินสามวาฬ นั้น ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ เพราะที่นี่ยังเป็นหนึ่งใน จุดชมวิวที่สวยที่สุดในภูสิงห์ อีกด้วย โดยเฉพาะช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น ตอนที่พระอาทิตย์กำลังไต่ระดับขึ้นมาที่ขอบฟ้า เราจะได้เห็นแสงสีส้มของพระอาทิตย์ไล่เฉดสีกันอย่างสวยงามเลยทีเดียว รวมไปถึงภาพวิวทิวทัศน์ที่อยู่ตรงหน้าแบบไกลสุดลูกหูลูกตา ที่สำคัญคือ เราจะได้เห็นผืนป่าสีเขียวที่อุดมสมบูรณ์ วิวของ ป่าภูวัว แก่งสะดอก ห้วยบังบาตร หาดทรายแม่น้ำโขง และภูเขาเมืองปากกระดิ่ง ประเทศลาว อีกด้วยค่ะ และถ้ามองให้ดีๆ อาจจะเห็นแม่น้ำโขงอยู่ไกลๆ อีกด้วยนะคะ สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะคะ เรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวที่อันซีนสุดๆ แบบหาที่ไหนไม่ได้แล้วจริงๆ

    Rattanaphon Pattha
  • เช้า
    • บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารที่พัก ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางกลับ
  • 08:00
    • มุ่งหน้าสู่ วัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) ในภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว ภูทอก มี 2 ลูก คือภูทอกใหญ่และภูทอกน้อยส่วนที่นักแสวงบุญและ นักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไป ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวชม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการ เดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก จุดเด่นของภูทอกก็คือ สะพานไม้และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบ ๆ ภูทอก ใช้เพียงแรงงานคนสร้างบันได เวียนไปมา รอบภูทอกแบบ 360 ซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปีเต็มจากชั้น 1-7 จะมีบันไดไม้ให้เดินแบบ ตรงทอดยาวจนถึงจุดสูงสุดของยอดภูทอก และตั้งแต่ชั้นที่ 3 เป็นต้นไปนักท่องเที่ยวสามารถเดินชม แบบสะพานเวียนรอบเขาซึ่งจะ ได้เห็น มุมมองที่แตกต่างไปเรื่อย ๆ
    วัดเจติยาคิรีวิหาร หรือ ภูทอก ตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2483 โดยพระอาจารย์จวน กุ...

    วัดเจติยาคิรีวิหาร หรือ ภูทอก ตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2483 โดยพระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ ได้มาบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ภูวัว อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย คืนหนึ่งได้เกิดนิมิตรขึ้นเห็นปราสาท 2 หลัง ลักษณะสวยงามมากอยู่ทางด้านภูทอกน้อย ดังนั้นพระอาจารย์จวนกุลเชฎโฐ จึงได้เดินทางมาพิสูจน์ตามที่เกิดนิมิตร และได้พบลักษณะภูมิประเทศที่สวยงานร่มรื่น เหมาะที่จะปฏิบัติธรรม จึงได้สำรวจ และปักกรดอยู่ที่ ถ้ำบนภูทอก กับพระครูศริธรรมวัฒน์ ต่อมาชาวบ้านคำแคนเห็นพระอาจารย์จวน ธุดงภ์มาอยู่ที่ภูทอก จึงพร้อมใจกันอารธนาให้สร้างวัด ขึ้นที่ภูทอก

    chompoo
  • เที่ยง
    • บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

    • จากนั้น นำทุกท่านชมดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ วังนาคินทร์ คำชะโนด ที่นี่เป็นป่าที่มี ลักษณะเหมือนเกาะกลางน้ำในอ่างเก็บ น้ำกุดขาม เต็มไปด้วยต้นชะโนดซึ่งเป็น พืชจำพวกปาล์ม ป่าคำชะโนดเป็นสถาน ที่ ๆ ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน เชื่อว่า เป็นที่สิงสถิตของพญานาค เจ้าปู่ศรีสุท โธ เจ้าย่าศรีประทุมมา ภายในป่าชะโนด มีบ่อน้ำอยู่ตรงกลางเกาะเรียกว่า บ่อคำ ชะโนด เป็นน้ำใต้ดินที่พุ่งไหลซึมตลอด เวลา ให้ท่านได้กราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเจริญรุ่งเรืองและบังเกิดโชคลาภวาสนา

    • จากนั้น นำท่านสู่ ถนนคนเดินอุดร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าหายาก งานทำมือ งานศิลปะ และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีร้านค้ามากกว่า 80 ร้าน ตัวตลาดกว้างขวางไม่แออัด เดินสะดวกสบายเป็นการตั้งร้านขายริมถนนเป็นแผงลอยหรือวางขายกับพื้น มีความยาวประมาณ 500 เมตร เปิดเฉพาะวันศุกร์และวันเสาร์เท่านั้น
    คำชะโนด หรือ หรือ วังนาคินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง ตำ...

    คำชะโนด หรือ หรือ วังนาคินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง ตำบลบ้านม่วง และตำบลบ้านจันทร์ ใน อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดินแดนลี้ลับของพญานาค เป็นที่เคารพยำเกรงและศรัทธาของคนในจังหวัดอุดรธานีและอีสานตอนบน คำชะโนดมีลักษณะเป็น เกาะลอยน้ำ ที่เต็มไปด้วยต้นชะโนด ป่าคำชะโนดเป็นสถานที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา และสิ่งลี้ลับต่าง ๆ เกาะคำชะโนดไม่เคยจมน้ำ โดยมีความเชื่อที่ว่าเพราะมีพญานาคคอยปกปักรักษา มีความเชื่อที่ว่า คำชะโนด เป็นสถานที่ขึ้นลงระหว่างมนุษยพิภพกับนาคพิภพของพญาสุทโธนาคราช ผู้สร้างแม่น้ำโขงและเป็นเจ้าของปลาบึก เมื่อพญานาคสุทโธนาคขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะเป็นมนุษย์และมีชื่อเรียกว่าเจ้าปู่ศรีสุทโธ คำชะโนดมีพื้นที่ 50 ไร่ มีบ่อน้ำอยู่กว้าง 5 เมตร ยาว 5 เมตร ก่อขอบปูนสูง 60 เซนติเมตร ใกล้กับบ่อน้ำจะมีศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธตั้งอยู่ 2 ศาล เพื่อให้คนได้กราบไหว้บูชา และบนบานศาลกล่าวต่าง ๆ หากบนแล้วต้องแก้บนถ้าไม่แก้บนจะเกิดเภทภัยร้ายแก่ผู้บน เมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้าทางเข้า คำชะโนด ต้องถอดรองเท้าไว้บริเวณจุดถอดรองเท้า หรือจะใส่กระเป๋าถือไปก็ได้ จะไม่อนุญาติให้สวมรองเท้าเดินเข้าไป จากนั้นเดินเข้าไปยังบันไดพญานาคที่ทอดยาวไปถึงบริเวณป่าคำชะโนด สำหรับใครที่อยากไหว้สักการะพ่อปู่ศรีสุทโธ–แม่ย่าศรีปทุมมา ด้วยพานบายศรีพญานาคมีร้านขายพานสำหรับสักการะพ่อปู่และแม่ย่าสนนราคาหลักร้อยต้นๆ จะซื้อก่อนเข้าคำชะโนดก็ได้มีร้านตั้งขายอยู่ริมถนนหลายร้าน เมื่อเข้ามาถึงภายในพื้นที่ของคำชะโนด จะรู้สึกได้ถึงความร่มรื่น อากาศภายนอกที่ร้อน เมื่อมาอยู่ที่นี่จะรู้สึกเย็นอย่างบอกไม่ถูก เพราะปกคลุมด้วยป่าต้นชะโนดขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 200 เมตร ทั่วบริเวณ ต้นชะโนด เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะประหลาดลักษณะคล้ายกับต้นมะพร้าว ต้นหมาก และต้นตาลผสมกัน ขึ้นเต็มบริเวณ ชะโนดเป็นภาษาเขมร (โตนด = ต้นตาล) ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีอยู่เฉพาะที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณคำชะโนดทุกคนควรจะสำรวมกิริยาอาการ และไปไหว้พระพุทธรูปที่ศาลหลังแรก และไหว้เจ้าปู่ศรีสุทโธก่อน ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธตั้งอยู่มี 2 ศาล เพื่อให้คนที่ไปคำชะโนดได้กราบไหว้บูชา และบนบานศาลกล่าวต่าง ๆ หากบนแล้วต้องแก้บน ถ้าไม่แก้บนจะเกิดเภทภัยร้ายแก่ผู้บน บริเวณตรงกลางคำชะโนดจะมีบ่อน้ำที่ลึกมาก ผู้เฒ่าผู้แก่บ้านดุงเล่าว่าไม้ไผ่ 6 ลำ ต่อกันก็หยั่งไม่ถึง และน้ำในบ่อไม่เคยแห้งเลย เชื่อกันว่าบ่อน้ำคำชะโนดทะลุไปถึงแม่น้ำโขงได้ พญาสุทโธนาคราช หากประสงค์จะขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะต้องมาขึ้นที่คำชะโนดเพียงแห่งเดียว เมื่อพญานาคสุทโธนาคขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะเป็นมนุษย์และมีชื่อเรียกว่าเจ้าปู่ศรีสุทโธบ่อน้ำนี้เป็นบ่อของพญานาคสุทโธจึงเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ใช้ดื่มกินรักษาโรคได้ สามารถใช้ลูบหัวเพื่อความเป็นศิริมงคล ด้านหลังของคำชะโนด จัดทำเป็นทางเดินไม้ชมบรรยากาศของป่าคำชะโนด ที่รายล้อมด้วย ต้นไม้สูงใหญ่ โดยเฉพาะต้นชะ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในป่าดึกดำบรรพ์ บางคนที่ชอบเสี่ยงโชคก็เดินไปที่ต้นมะเดื่อและต้นชะโนดเพื่อเฝ้าหา เลขเด็ดบริเวณรากต้นมะเดื่อ ตามความเชื่อที่ว่าจะให้โชคลาภ รวมถึงกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยทุกวันก่อนหวยออก บรรยากาศภายในเกาะคำชะโนด เริ่มเป็นไปอย่างคึกคัก ตลอดทั้งวันมีชาวบ้านจากทุกสารทิศต่างหลั่งไหลเดินทางไปกราบไหว้ขอโชคลาภ ทั้งจากศาลปู่ศรีสุทโธและต้นคำชะโนด

    Rattanaphon Pattha
  • เย็น
    • อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย เพื่อให้ท่านได้มีเวลาเดินช้อปปิ้งอย่างเต็มที่ ณ ถนนคนเดินอุดรธานี
  • ค่ำ
    • เข้าสู่ที่พัก Amman Unique Hotel อุดรธานี โรงแรม24dd
วันที่สาม 3 : กุมภวาปี ทะเลบัวแดง • ช้อปปิ้งของฝาก • สนามบินอุดร • กรุงเทพฯ
  • เช้า
    • บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เชิญท่านทำกิจธุระส่วนตัวตามอัธยาศัย
  • 08:00
    • นำท่านแวะพิเ นำท่านล่องเรือชม ทะเลบัวแดง ด้วยความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของดอกบัวที่ธรรมชาติรังสรรค์ เมื่อสีแดงอมชมพูของดอกบัวเบ่งบานขึ้นพร้อมๆ กัน ก็จะกลายเป็นภาพความงามอันวิจิตรสุดลูกลูกตาราวกับเนรมิตบนผืนผ้าใบ ขณะที่บรรยากาศโดยรอบบึงหนองหาน ก็สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำตาม ธรรมชาติด้วยพันธุ์ปลาน้ำจืด สายพันธุ์นกท้องถิ่น และพืชน้ำอีกจำนวนมากอันเป็นหัวใจของระบบนิเวศน์ที่หล่อเลี้ยง ทะเลบัวแดง และวิถีชุมชนให้ยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้
    ทะเลบัวแดง บึงหนองหานกุมภวาปี ชมทุ่งดอกไม้ตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คว...

    ทะเลบัวแดง บึงหนองหานกุมภวาปี ชมทุ่งดอกไม้ตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ความอุดมสมบูรณ์ที่ควรค่าแก่การศึกษา .. เราๆ ท่านๆ คงเคยได้ยินชื่อของ “หนองหาน” กันมานานนม แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่สับสนหรือยังไม่รู้ว่าในภาคอีสานของเรานี้ ก็มีทั้ง “หนองหาน” สถานที่สำคัญประจำ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี และ “หนองหาร” หนองน้ำใหญ่ที่มีตำนานผาแดงนางไอ่ และความเชื่อเรื่องพญานาค ใน จ.สกลนคร ที่ยังคงเล่าขานต่อเนื่องกันมา จนถึงทุกวันนี้

    chompoo
  • เที่ยง
    • รับประทานอาหารกลางวัน ร้านวีทีแหนมเนือง หลังรับประทานอาหาร ให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดอุดรธานี ไม่ว่าจะเป็น แหนมเนือง กระยอทอด กระยอสด หมูยอ เมี่ยงพันหอม กุ้งพันอ้อย และอื่นๆ อีกมากมาย ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านออกเดินสู่สนามบินอุดรธานี
  • 14:45
    • ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD305
  • 15:50
    • เดินทางถึงสนามบินดอนเมืองกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • ค่ามัดจำท่านละ 3,000 THB
เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางน้อยกว่า (<) 15 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการ 50 %

    ในกรณีชำระค่าทัวร์เต็มจำนวนแล้ว แจ้งยกเลิกหรือเลื่อนวันเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เก็บเงินค่าทัวร์ทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆทั้งสิ้น

    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) 15 ถึง 29 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการ 50 % ทุกรายที่สามารถยกเลิกได้ มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก 10% ของราคาค่าทัวร์เต็มจำนวน
กรณีเจ็บป่วย
  • กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ตามความเป็นจริง

    ในกรณีเจ็บป่วยกะทันหันก่อนล่วงหน้าเพียง 7 วันทำการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณี

เงื่อนไขและข้อมูลควรทราบเพิ่มเติม
  • บริษัทฯมีสิทธ์ิในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมทัวร์ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

    ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดความล่าช้าของสายการบิน,สายการบินยกเลิกบิน, การประท้วง,การนัด หยุดงาน,การก่อจลาจล หรือกรณีท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกเมืองจากเจ้าหน้าทตี่ รวจคนเข้าเมือง หรือเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งจากไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผดิชอบของบริษัทฯหรือเหตุภัยพบัติทางธรรมชาติ(ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม)

    ทางบริษัทฯจะไม่รับผดิชอบใดๆทั้งสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว(ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัททัวร์)

    ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากท่านใช้บริการของทางบริษัทฯไม่ครบ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ,ไม่ทานอาหาร บางมื้อ,เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่างทางบริษัทฯได้ชำระค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาจ่ายขาด ก่อนเดินทางเรียบร้อยแล้วเป็นการชำระเหมาขาด

    ทางบริษัทฯจะไม่รับผดิชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหายจากการโจรกรรมและหรือเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเองหรือในกรณที่กระเป๋าเกิดสูญหายหรือชำรุดจากสายการบิน

    พาหนะ , ราคา และ รายการท่องเที่ยว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดิน ทางเป็นสำคัญ

     บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด กรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนดไว้ (8 ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทฯ และผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าระวางน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 20 กก.ต่อ 1 ใบ (โหลดได้ท่านละ 1 ใบ) กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง Hand Carry 7 กก.ต่อ 1 ใบ

    ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการระบุ

    อาหารตามรายการระบุ(สงวนสิทธิในการสลับมื้อหรือเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารตามสถานการณ์)

    ตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับพร้อมกรุ๊ป เป็นราคาตั๋วพิเศษไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือเลื่อนวันเดินทางได้ หากลูกค้ามีความประสงค์ที่จะเลื่อนวันเดินทางหรืออยู่ต่อไม่กลับพร้อมกรุ๊ป ลูกค้าจะต้องทำการซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่เท่านั้น

    โรงแรมที่พัก 2 คืน (พักห้องละ 2-3 ท่าน) กรณีพัก 3 ท่านจะเป็นที่นอนเสริม

    ค่ารถตู้พร้อมคนขับท่องเที่ยวตามรายการระบุ

    ค่าไกด์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์นำเที่ยวตามรายการ

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

    ประกันอุบัติเหตุวงเงิน1,000,000 บาท (เป็นไปเงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัมต่อท่าน

    ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มพิเศษ,โทรศัพท์-โทรสาร,อินเตอร์เน็ต,มินิบาร์,ซักรีดที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

    ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน,อุบัติภัยทางธรรมชาติ,การประท้วง,การจลาจล,การนัดหยุดงาน,การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศ ซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ

    ค่าทิป 300 บาท/ทริป/ลูกทัวร์ 1 ท่าน(บังคับตามระเบียบธรรมเนียม)

PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

เริ่มต้นเพียง ฿8,399
ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เติมใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
เริ่มต้นเพียง ฿8,399
0 บทวิจารณ์
เริ่มต้นเพียง ฿8,399
0 บทวิจารณ์