อุดร-สกล คานาบิส ทริปสายเขียว เที่ยวเชิงการแพทย์ 3วัน 2คืน

อุดรธานี , ไทย

ไฮไลท์แพ็คเกจ

วัดภูตะเภาทอง l วัดป่าสันติวนาราม (วัดป่าดงไร่) l วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร บ้านคุณสุข คลินิกแพทย์แผนไทย l อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลท่าแร่ l วัดถ้ำผาแด่น สกลนคร l คำชะโนด l ศูนย์วัฒนธรรมไทยจีน มูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า

กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : กรุงเทพฯ-อุดรธานี-วัดภูตะเภาทอง-วัดป่าสันติวนาราม (วัดป่าดงไร่)-วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร
  • 04:00
    • เช็คอิน สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์สายการบินแอร์เอเชีย (FD)
  • 06:40
    • ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง สู่ จังหวัดอุดรธานี ด้วยเที่ยวบิน FD3362 (DMK-UTH 06.40-07.50) **ไม่มีน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง และไม่มีอาหารบนเครื่อง**
  • 07:50
    • เดินทางถึง สนามบินอุดรธานี
  • 08:30
    • เดินทางสู่ วัดภูตะเภาทอง แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะแห่งใหม่ นำท่านชมไฮไลท์ บริเวณบ่อน้ำที่กั้นกลางระหว่างหิน 2 ลูก ขอบบ่อเนรมิตพญานาคสีทองขนาดใหญ่ 2 ตัว เมื่อเงาของพญานาคสะท้อนในน้ำ รวมกับแสงของดวงอาทิตย์ในแต่ละช่วง จะเกิดปรากฏการณ์น้ำสีต่างๆ อย่างงดงาม
    “วัดภูตะเภาทอง” อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะและประวัติศาสตร์...

    “วัดภูตะเภาทอง” อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะและประวัติศาสตร์ เรือสำเภาอายุถึง 2,500 ปี ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน บ้านหนองแวงศรีชมภู ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ยังมีจุดเด่นที่มีความศักดิ์สิทธิ์ คือ “พญานาคราชสีทอง” ชื่อมุจลินท์ ซึ่งหลวงพ่อได้สร้างขึ้นตามนิมิต และ “รอยฝ่ามือแดง” ที่ปรากฏให้เห็นตรงหินก้อนใหญ่ แหล่งขอโชคลาภแห่งใหม่ของเมืองอุดร นายโสพล อินนำคา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านหนองแวงชุมพล ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า วัดภูตะเภาทอง ปัจจุบันมีพระครูเขมกาญจโนภาส (สุพรรณ) เป็นเจ้าอาวาส มีพระสงฆ์ 5 รูป สามเณร 1 รูป เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตนิกาย เป็นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้จัดตั้งวัดอย่างถูกต้องกว่า 15 ไร่ พื้นที่ส่วนมากเป็นลานหิน ซึ่งนักวิชาการสันนิษฐานว่า เดิมเป็นทะเล ต่อมาเกิดการยกตัวขึ้นเป็นลานหินและพื้นดิน คาดว่าจะมีกลุ่มคนผู้เลี้ยงสัตว์ หรือนายพรานใช้เป็นเส้นทางในการหากิน เนื่องจากมีการพบรอยฝ่ามือคนข้างหินก้อนใหญ่ ปัจจุบันเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพียง 4 เดือน โดยก่อนหน้านี้ วัดแห่งนี้จะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของชาวบ้านและเป็นแหล่งศึกษาดูงานของคนต่างพื้นที่ ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแล้ว วัดแห่งนี้ยังมีจุดเด่นที่มีความศักดิ์สิทธิ์ คือ “พญานาคราชสีทอง” ชื่อมุจลินท์ ซึ่งหลวงพ่อได้สร้างขึ้นตามนิมิต และ “รอยฝ่ามือแดง” ที่ปรากฏให้เห็นตรงหินก้อนใหญ่ เราตั้งชื่อหินนั้นว่าเรือสำเภา เพราะมีรูปร่างคล้ายเรือ สำหรับรอยฝ่ามือแดงนั้น เราได้ให้กรมศิลปากรตรวจสอบแล้ว และมีผลยืนยันว่ามีอายุประมาณ 2,500 ปี โดยมีอายุใกล้เคียงกับผาแต้ม ที่จังหวัดอุบลราชธานี ช่วงเสาร์อาทิตย์จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประมาณวันละ 1,000 คน ส่วนวันธรรมดาก็มีประมาณ 300-400 คน ส่วนนายปวง เทพมณี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านหนองแวงศรีชมภู ในฐานะประธานการท่องเที่ยวกลุ่ม 3 หนอง ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ตอนเริ่มสร้างปู่พญานาคเจ้าอาวาสเล่าให้ฟังว่า สถานที่แห่งนี้เก่าและทรุดโทรมมาก จึงได้ว่าจ้างรถแบ็คโฮมาขุดดินตรงจุดที่จะก่อสร้างพญานาค ซึ่งอดีตเป็นคันดินธรรมดาและมีพญานาคเก่าอยู่ 2 องค์ ตอนนั้นหลวงพ่อไม่ได้บอกกล่าว แต่ให้รถมาทำการปรับปรุงเลย เมื่อกำลังจะทำการขุดเครื่องยนต์สตาร์ทติดและดับทันที โดยไม่สามารถติดเครื่องได้อีกเลยจึงจอดรถทิ้งไว้ ช่วงกลางคืนหลวงพ่อฝันว่า มีคนมาพูดว่า ท่านจะทำอะไรทำไมไม่บอกเรา ท่านจะสร้างอะไร ท่านทำลายเราทำไม พอตื่นเช้ามาหลวงพ่อนึกได้ว่าไม่ได้บอกกล่าว จึงตั้งจิตอธิษฐานบอกกล่าว รถแบ็คโฮจึงสามารถทำงานต่อไปได้ หลังสร้างเสร็จก็ยังไม่มีคนมาเที่ยว จนกระทั่งกลางดึกของคืนหนึ่ง หลวงพ่อก็ได้ฝันอีกว่า มีคนบอกให้หลวงพ่อไปช่วยเปิดถ้ำที่อยู่ด้านบนของภูเขา และเราจะมาช่วยหลวงพ่อสร้างวัด เมื่อสร้างวัดแล้วเราจะไปเกิดเพราะอยู่ที่นี่มานาน เราชื่อ “มุจลินท์” หลวงพ่อก็ไปขุดดินเพื่อเปิดทางถ้ำตามที่ฝัน หลังขุดดินเสร็จยังไม่ทันได้เก็บเครื่องมือ คนจากต่างถิ่นก็หลั่งไหลเข้ามาที่วัด ซึ่งสร้างความประหลาดใจและรู้สึกมหัศจรรย์มาก เพราะเดิมที่วัดแห่งนี้จะไม่มีใครเข้ามา หากจะมาก็เป็นส่วนราชการที่มาศึกษาดูงาน มาแป๊บเดียวแล้วก็กลับ คนที่มาที่นี่ต่างมาขอโชคขอลาภ และสมความปรารถนา เช่น คนขายลอตเตอรี่คนหนึ่งเขาเคยขอพรกับองค์รูปปั้นปู่ โดยบอกว่าอยากร่ำอยากรวย แล้วถูกลอตเตอรี่ 5 ใบ แต่เขาไม่บอกว่าถูกรางวัลอะไร, เมื่องวดที่ผ่านมามีคนกรุงเทพฯ มาตั้งโต๊ะเครื่องเซ่นบนบานขอพร ซึ่งเขาบอกว่า 64 ก็ไม่รู้ว่าถูกเท่าไร วัดตะเภาทองเรือสำเภา 2,500 ปีถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุดรธานี ที่กำลังเป็นที่นิยมไม่แพ้ที่อื่นๆ ของอุดรธานี และเรียกได้ว่ามีความสวยงามอลังการที่ถูกสร้างขึ้นมาจากฝีมือของมนุษย์ ซึ่งผสานกับธรรมชาติได้อย่างน่ามหัศจรรย์จริงๆ

    Rattanaphon Pattha
  • 10:00
    • เดินทางวสู่ วัดป่าสันติวนาราม (วัดป่าดงไร่) นำท่านชม พระอุโบสถกลางน้ำทรงดอกบัว หนึ่งเดียวในไทย ทรงดอกบัว 24 กลีบ กลางน้ำนั้นทำให้เรารู้สึกได้ถึงความสวยงามและความสงบร่มรื่นในจิตใจ
    วัดสันติวนาราม มีความสงบ ร่มรื่น สวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย อยู่ห่างจากชุมช...

    วัดสันติวนาราม มีความสงบ ร่มรื่น สวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย อยู่ห่างจากชุมชน 3 กิโลเมตร บนพื้นที่ 1,350 ไร่ ทิศเหนือของหมู่บ้านเชียง ตำบลบ้านเชียง (หมู่บ้านมรดกโลก ไหลาย คนแปดศอก) เป็นป่าไม้ธรรมชาติ 1,000 ไร่ เป็นหนองน้ำ 100 ไร่ เป็นสถานที่ปลูกสร้างเสนาสนะ และลานอเนกประสงค์ 130 ไร่ มีไฟฟ้า น้ำใช้สะดวกสบายตลอดปี มีถนนลาดยางถึงวัด ด้านหน้าล้อมด้วยกำแพงคอนกรีต ด้านที่เหลือล้อมด้วยลวดหนาม 7 เส้น เสาปูนคอนกรีตเสริมเหล็ก มีสัตว์ป่าธรรมชาติ เช่น กวาง หมี นกนานาชนิดนกน้ำมากมาย ฯลฯ การก่อสร้างพระอุโบสถกลางน้ำรูปทรงดอกบัวถือว่ามีแห่งเดียวในประเทศไทย เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ในสมัยพระครูพิสารธรรมพาธีได้นำรูปแบบพระอุโบสถมาจา การก่อสร้างพระอุโบสถกลางน้ำรูปทรงดอกบัวถือว่ามีแห่งเดียวในประเทศไทย เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ในสมัยพระครูพิสารธรรมพาธีได้นำรูปแบบพระอุโบสถมาจากประเทศอินเดีย อดีตเจ้าอาวาสที่มรณภาพไปแล้ว แต่การก่อสร้างยังไม่แล้ว เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน คือ ดร.มหาบาง เขมานันโธ จึงได้สืบสานในการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ

    chompoo
  • เที่ยง
    • รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่1)
  • บ่าย
    • นำท่านเดินทาง สู่จังหวัดสกลนคร (ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง)

    • นำท่านเข้าชม อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ ชมความงามของดอกบัวหลากหลายสีกลางบึงและเต็มไปด้วยบัวพันธุ์ต่างๆ เป็นแหล่งศึกษาบัว

    • นำท่านสักการะ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ขอพรปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสกลนคร องค์พระธาตุสร้างขึ้นรอบรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อพระองค์แสน พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสนที่งดงาม
    ไปสกลนครครั้งต่อไปพลาดไม่ได้โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบในเรื่องของพญานาค เพราะที่อุทยาน...

    ไปสกลนครครั้งต่อไปพลาดไม่ได้โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบในเรื่องของพญานาค เพราะที่อุทยานบัวเฉลิมพระเกียรติ ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรฯ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ ได้มีการสร้างองค์พญานาคเผือกขนาดยักษ์ขึ้นที่บริเวณริมบึงบัว กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดสกลนครที่มีความสวยงามวิจิตรงดงามเป็นอย่างมาก มองดูแล้วน่าเลื่อมใสและทรงพลังจริงๆ ป็นศิลปะการสร้างสรรค์ประติมากรรมได้อย่างน่าอัศจรรย์ลวดลายความอ่อนช้อยและรูปทรงต่างๆ ขององค์พญานาคเผือกนั้นทำออกมาได้สวยงามมากๆ เป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปสวยที่ Sanook! Travel อยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ไปเยี่ยมเยือนกัน นอกจากนี้ยังมีบังบัวสวยๆ ให้ได้ชมกันอีกด้วย หากมีโอกาสลองหาเวลามาเที่ยวกัน

    Rattanaphon Pattha
    ตั้งอยู่ถนนเจริญเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร พระธาต...

    ตั้งอยู่ถนนเจริญเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร พระธาตุเชิงชุม ตั้งหันหน้าไปทางหนองหารที่อยู่ทางทิศตะวันออก เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ฐานรูปสี่เหลี่ยม สูงประมาณ 24 เมตร ส่วนบนเป็นทรงบัวเหลี่ยม ไม่มีลวดลายประดับ ยอดฉัตรทองคำเหนือองค์พระธาตุเชิงชุมทำด้วยทองคำบริสุทธิ์มีน้ำหนัก 247 บาท มีซุ้มประตู 4 ด้าน ซุ้มยอดประตูมีลักษณะเป็นยอดปราสาท ข้างในทึบสร้างด้วยศิลาแลง และหินทรายแดง มีซุ้มประตูหลอกแบบขอม ด้านทิศ เหนือ ใต้ และตะวันตก ซุ้มประตูทางเข้าจริงด้านทิศตะวันออก สร้างครอบรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ ซึ่งหมายถึง พระกกุสันทะ พระโกนาคม พระกัสสะปะ และพระโคดม หรือพระศรีอารียเมตตรัย (คือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ชาวพุทธศาสนิกชนเคารพสักการะบูชาอยู่ทุกวันนี้) แต่แรกเริ่มพระธาตุเชิงชุมคงเป็นปราสาทหินทรายศิลปะสมัยขอม ภายในกรอบประตูทางเข้าอุโมงค์ด้านขวามือ มีจารึกพระธาตุเชิงชุมอักษรขอมโบราณ ราวพุทธศตวรรษที่ 16 องค์พระธาตุในปัจจุบันเป็นศิลปะล้านช้าง เนื่องอิทธิพลของอาณาจักรล้านช้างแผ่เข้ามาบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ราวพุทธศตวรรษที่ 19 และได้มีการบูรณะองค์พระธาตุขึ้นมาใหม่ สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานชัด แต่นับเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสกลนครมาแต่โบราณ ภายในวิหารใกล้พระธาตุเชิงชุม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสนอันศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร ทุกวันพระในตอนค่ำจะมีประชาชนไปบูชากราบไหว้พระธาตุ และหลวงพ่อองค์แสนเป็นจำนวนมาก งานประจำปีของพระธาตุเชิงชุมจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 9 ค่ำ ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนยี่ (2) ของทุกปี (กำหนดตามจันทรคติ) ภายในพระวิหารประดิษฐาน หลวงพ่อพระองค์แสน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวสกลนคร พ.ศ. 2370 มีการสร้างพระอุโบสถหลังเดิมหรือสิมเก่า มีลักษณะเป็นสิมแบบโถง โครงสร้างเป็นไม้ก่ออิฐถือปูน หลังคาเป็นกระเบื้องไม้แบบเดิม หันหน้าไปทางทิศใต้ ครั้งพระธานีเป็นเจ้าเมือง ภายในมีจิตรกรรมเป็นภาพเถาไม้เลื้อยเป็นแนวรอบอาคาร หน้าบันมีจิตรกรรมฝาผนังเป็นรูปเทพบุตรและเทพธิดา ดาวประจำยาม มังกรและเถาไม้เลื้อย ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ ทั้งที่สร้างด้วยไม้และเป็นปูนปั้น มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็นบ่อน้ำที่มีมาพร้อมองค์พระธาตุเชิงชุม เดิมมีน้ำพุผุดขึ้นมาเนื่องจากเป็นปลายทางของลำน้ำใต้ดินซึ่งไหลมาจากเทือกเขาภูพาน ผ่านศูนย์ราชการด้านทิศเหนือ ผ่านใจกลางเมืองข้างวัดเหนือ แล้วไหลมาผุดที่นี่ เรียกว่า "ภูน้ำซอด" หรือ "ภูน้ำลอด" แล้วไหลผ่านไปที่สระพังทอง ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ซึ่งอยู่ติดกับวัด เมื่อน้ำน้อยลงเรื่อย ๆ จึงได้มีการทำผนังกั้นไม่ให้ดินพังลงไป ในอดีตจะมีการนำน้ำจากบ่อน้ำที่นี่ไปประกอบพิธีเมื่อมีพิธีกรรมอันสำคัญต่าง ๆ อีกด้วย ภายในวัดมีหอกลองหรือหอระฆัง เป็นหอกลองสูงทั้งหมดสามชั้น สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2503 โดยชาวเวียดนามที่ได้มาพำนักอาศัย ณ จังหวัดสกลนคร ร่วมใจกันสร้างขึ้นถวายองค์พระธาตุเชิงชุมเพื่อเป็นพุทธบูชาเพื่อใช้บอกเวลายาม

    Rattanaphon Pattha
  • เย็น
    • รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่2)

    • ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก @SAKON HOTEL หรือ เทียบเท่า
วันที่สอง 2 : บ้านคุณสุข คลินิกแพทย์แผนไทย-อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลท่าแร่-วัดถ้ำผาแด่น
  • เช้า
    • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่3)
  • 08:30
    • เดินทางออกจากโรงแรมสู่ บ้านคุณสุข คลินิกแพทย์แผนไทย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)
  • 09:30
    • นำท่านเข้าชม บ้านคุณสุข คลินิกแพทย์แผนไทย สกลนคร โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสกลนคร มีการคัดกรองผู้ป่วยกับทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์แผนไทย และ กัญชา ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการความร่วมมือทางการปฎิบัติการ และวิจัยการแพทย์แผนไทยเพื่อประชาชนทั่วไป และผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาด้วยสมุนไพร และกัญชาได้อย่าครอบคลุมโดยผู้เชี่ยวชาญพิเศษเฉพาะด้านแพทย์แผนไทย และกัญชา
  • 11:30
    • นำท่านชมแปลงสมุนไพร ตำหรับยา และกัญชา ชมสมุนไพรไทย 16 ตำรับ เพื่อการรักษาทางการแพทย์
  • เที่ยง
    • รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่4)
  • บ่าย
    • นำท่านเดินทางชม อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลท่าแร่ โบสถ์คริสต์สีขาวขนาดใหญ่ออกแบบและสร้างด้วยสถาปัตยกรรมรูปทรงคล้ายเรือ สร้างเพื่อระลึกถึงการอพยพมาจากประเทศเวียดนามในราวปี 2427 และตั้งถิ่นฐานของคริสตชนในหมู่บ้านท่าแร่แห่งนี้ เป็นการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ยุคหลังสงครามอินโดจีน

    • นำท่าน วัดสวยบนเนินเขาแห่งสกลนคร ณ วัดถ้ำผาแด่น ชมความงดงามของสถาปัตยกรรมของวัดและความงดงามของธรรมชาติท่ามกลาง เทือกเขาภูพาน และภูผาย เชื่อกันว่าในอดีตเคยเป็นสถานที่ปักกลดและปฎิบัติธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตและคณะครูบาอาจารย์สายวัดป่ากรรมฐาน
    วันนี้เราจะพาทุกคนไปชมหนึ่งใน วัดคริสต์ ที่สวยงดงามของ จังหวัดสกลนคร กันค่ะ ซึ่ง...

    วันนี้เราจะพาทุกคนไปชมหนึ่งใน วัดคริสต์ ที่สวยงดงามของ จังหวัดสกลนคร กันค่ะ ซึ่งในบริเวณนี้ก็ยังมีหมู่บ้านคาทอลิกที่มีจำนวนมากที่สุดในไทย ตั้งอยู่อีกด้วยค่ะ โดยวัดคริสต์แห่งนี้ มีชื่อเรียกว่า อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล นั่นเองค่ะ อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าแร่ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ที่มีชุมชนคริสตชนท่าแร่ หรือ ท่าแฮ่ เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปค่ะ เรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านคาทอลิกที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทยเลยค่ะ และตัวโบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ยังเป็นโบสถ์รูปทรงเรือสวยงามอีกด้วย ที่สร้างเป็นรูปทรงนี้ก็เพื่อเป็นการระลึกถึงการอพยพมาตั้งถิ่นฐานของคริสตชนในหมู่บ้านแห่งนี้นั่นเองค่ะ ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ. 1884 หรือ พ.ศ. 2427 คุณพ่อ โปรดม หรือ คุณพ่อซาเวียร์เกโก พระสงฆ์คณะมิสซัง ต่างประเทศแห่งกรุงปารีส และครูทัน ครูเณรชาวเวียดนาม นำกลุ่มคริสตชนกลุ่มแรกราวๆ 150 คน หรือ ประมาณ 20 ครอบครัว ซึ่งเป็นทั้งชาวเวียดนามและชาวพื้นเมือง มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่จนเกิดเป็นชุมชนคริสตชนขึ้นมาค่ะ ในส่วนของ อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ที่ ท่าแร่ นี้นั้น ได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบทำพิธีกรรมทางศาสนา แต่เดิมนั้นจะเป็นอาคารไม้ มีหอด้านหน้า 2 หอด้านหลังสุดอีก 1 หอ มีมุขด้านข้างๆ ละ 2 มุข จุคนได้มากกว่า 1,000 คนเลยค่ะ ต่อมาก็ได้มีผู้มีจิตศรัทธาซื้อระฆัง 3 ใบ ขนาดเล็กใหญ่กันตามลำดับมาถวายวัด ทางวัดเลยทำการดัดแปลงอาคารให้ใช้กับระฆัง 3 ใบนี้ได้ โดยการตัดหอด้านหน้าทั้ง 2 หลังออก และสร้างหอใหม่ตรงกลาง เพื่อแขวนระฆังทั้ง 3 ใบค่ะ โดยเมื่อปี พ.ศ. 2521 นั้น ก็ได้ทำการสร้างพระวิหารขึ้นใหม่เพื่อทดแทนอาคารเก่าที่ทรุดโทรม โดยรื้ออาคารเก่าออก และออกแบบสร้างสถาปัตยกรรมอาคารหลังใหม่ให้เป็นรูปทรงเรือใหญ่ ซึงถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนย้ายชาวคริสตัง จาก สกลนคร มายัง ท่าแร่ และเรียกชื่ออาคารนี้ว่า อาสนมหาวิหารมิคาแอล ตั้งแต่นั้นมาค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล แห่งนี้ สวยงดงามกันมากเลยใช่ไหมละคะ ถือว่าเป็น วัดคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดสกลนคร จัดว่าต้องตามมาถ่ายรูปเช็คอินกันเลยค่ะ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีสถานที่สวยๆ แบบนี้อยู่ที่ สกลนคร ด้วยนะคะเนี่ย

    Rattanaphon Pattha
    ชั่วโมงนี้บอกเลยว่าใครต่อใครที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวสกลนคร ก็คงต้องแวะไปเยี่ยมชมควา...

    ชั่วโมงนี้บอกเลยว่าใครต่อใครที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวสกลนคร ก็คงต้องแวะไปเยี่ยมชมความสวยงามที่วัดแห่งนี้กันกับวัดถ้ำผาแด่น อันซีนวัดสวยแห่งสกลนคร วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่าง เทือกเขาภูพาน และภูผายล ใกล้หมู่บ้านดงน้อย ตำบลดงมะไฟ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร อยู่ห่างจากตัวจังหวัด 17 กม. เชื่อกันว่าในอดีตนั้นเป็นสถานที่ที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโตและคณะครูบาอาจารย์สายวัดป่ากรรมฐาน เคยธุดงค์มาปักกลด บำเพ็ญเพียร เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2483 ด้านในมีการตกแต่งรอบบริเวณวัดได้อย่างสวยงาม ทั้งสวนดอกไม้และต้นไม้ที่ร่มรื่นและเต็มไปด้วยสีสัน แค่เดินเข้ามาก็รู้สึกสงบร่มเย็นแล้ว นอกจากนี้ภายในวัดยังมีแลนด์มาร์คสำคัญที่หลายๆ คนตั้งใจเดินทางมาเพื่อเยี่ยมชมนั่นก็คือ ภาพแกะสลักหน้าผาหินบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ในพระพุทธศาสนา และด้านบนประดิษฐานเจดีย์ก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้จากระยะไกล เป็นสื่อแทนถึงยอดเขาพระสุเมรุนั่นเอง นอกจากมียังมีรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ตรงกลางพื้นของทางวัดให้ประชาชนได้มาสักการะบูชากันอีกด้วย และที่ถือได้ว่าเป็นจุดแลนด์มาร์คต้องห้ามพลาดของวัดถ้ำผาแด่นเลยนั่นก็คือองค์พญานาคปรกขนาดใหญ่ที่มีรูปปั้นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่ใต้เศียรพญานาค เป็นจุดถ่ายรูปที่ด้วยสวยงามน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก และทั้งหมดนี้ก็คือส่วนหนึ่งของความสวยงามในวัดถ้ำผาแด่น ที่นี่ยังเต็มไปด้วยมุมถ่ายรูปสวยๆ รมไปถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ประชาชนได้เข้ามาสักการะบูชากันอีกหลายจุด หากใครมีโอกาสมาเที่ยวสกลนครลองแวะมาเยี่ยมชมกัน

    V WONDERLAND
  • เย็น
    • รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่5)

    • ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก @SAKON HOTEL หรือ เทียบเท่า
วันที่สาม 3 : สกลนคร-คำชะโนด-ศูนย์วัฒนธรรมไทยจีน มูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า-กรุงเทพฯ
  • เช้า
    • รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่6)
  • 08:30
    • ออกเดินทางสู่ วังนาคินทร์ เกาะคำชะโนด (ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 2 ชั่วโมง)
  • 10:30
    • คณะเดินทางถึง วัดป่าคำชะโนด ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆ เกาะตั้งโดดเดี่ยวมีน้ำล้อมรอบภายในเกาะชะโนด มี ศาลพ่อปู่ศรีสุทโธนาคาและแม่ย่าศรีปทุมมานาคี ให้กราบไหว้ขอพรและมีบ่อน้ำศักด์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าเป็นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองมนุษย์และเมืองบาดาล หรือ “วังนาคินทร์”
    คำชะโนด หรือ หรือ วังนาคินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง ตำ...

    คำชะโนด หรือ หรือ วังนาคินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง ตำบลบ้านม่วง และตำบลบ้านจันทร์ ใน อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดินแดนลี้ลับของพญานาค เป็นที่เคารพยำเกรงและศรัทธาของคนในจังหวัดอุดรธานีและอีสานตอนบน คำชะโนดมีลักษณะเป็น เกาะลอยน้ำ ที่เต็มไปด้วยต้นชะโนด ป่าคำชะโนดเป็นสถานที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา และสิ่งลี้ลับต่าง ๆ เกาะคำชะโนดไม่เคยจมน้ำ โดยมีความเชื่อที่ว่าเพราะมีพญานาคคอยปกปักรักษา มีความเชื่อที่ว่า คำชะโนด เป็นสถานที่ขึ้นลงระหว่างมนุษยพิภพกับนาคพิภพของพญาสุทโธนาคราช ผู้สร้างแม่น้ำโขงและเป็นเจ้าของปลาบึก เมื่อพญานาคสุทโธนาคขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะเป็นมนุษย์และมีชื่อเรียกว่าเจ้าปู่ศรีสุทโธ คำชะโนดมีพื้นที่ 50 ไร่ มีบ่อน้ำอยู่กว้าง 5 เมตร ยาว 5 เมตร ก่อขอบปูนสูง 60 เซนติเมตร ใกล้กับบ่อน้ำจะมีศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธตั้งอยู่ 2 ศาล เพื่อให้คนได้กราบไหว้บูชา และบนบานศาลกล่าวต่าง ๆ หากบนแล้วต้องแก้บนถ้าไม่แก้บนจะเกิดเภทภัยร้ายแก่ผู้บน เมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้าทางเข้า คำชะโนด ต้องถอดรองเท้าไว้บริเวณจุดถอดรองเท้า หรือจะใส่กระเป๋าถือไปก็ได้ จะไม่อนุญาติให้สวมรองเท้าเดินเข้าไป จากนั้นเดินเข้าไปยังบันไดพญานาคที่ทอดยาวไปถึงบริเวณป่าคำชะโนด สำหรับใครที่อยากไหว้สักการะพ่อปู่ศรีสุทโธ–แม่ย่าศรีปทุมมา ด้วยพานบายศรีพญานาคมีร้านขายพานสำหรับสักการะพ่อปู่และแม่ย่าสนนราคาหลักร้อยต้นๆ จะซื้อก่อนเข้าคำชะโนดก็ได้มีร้านตั้งขายอยู่ริมถนนหลายร้าน เมื่อเข้ามาถึงภายในพื้นที่ของคำชะโนด จะรู้สึกได้ถึงความร่มรื่น อากาศภายนอกที่ร้อน เมื่อมาอยู่ที่นี่จะรู้สึกเย็นอย่างบอกไม่ถูก เพราะปกคลุมด้วยป่าต้นชะโนดขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 200 เมตร ทั่วบริเวณ ต้นชะโนด เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะประหลาดลักษณะคล้ายกับต้นมะพร้าว ต้นหมาก และต้นตาลผสมกัน ขึ้นเต็มบริเวณ ชะโนดเป็นภาษาเขมร (โตนด = ต้นตาล) ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีอยู่เฉพาะที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณคำชะโนดทุกคนควรจะสำรวมกิริยาอาการ และไปไหว้พระพุทธรูปที่ศาลหลังแรก และไหว้เจ้าปู่ศรีสุทโธก่อน ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธตั้งอยู่มี 2 ศาล เพื่อให้คนที่ไปคำชะโนดได้กราบไหว้บูชา และบนบานศาลกล่าวต่าง ๆ หากบนแล้วต้องแก้บน ถ้าไม่แก้บนจะเกิดเภทภัยร้ายแก่ผู้บน บริเวณตรงกลางคำชะโนดจะมีบ่อน้ำที่ลึกมาก ผู้เฒ่าผู้แก่บ้านดุงเล่าว่าไม้ไผ่ 6 ลำ ต่อกันก็หยั่งไม่ถึง และน้ำในบ่อไม่เคยแห้งเลย เชื่อกันว่าบ่อน้ำคำชะโนดทะลุไปถึงแม่น้ำโขงได้ พญาสุทโธนาคราช หากประสงค์จะขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะต้องมาขึ้นที่คำชะโนดเพียงแห่งเดียว เมื่อพญานาคสุทโธนาคขึ้นมาบนมนุษยพิภพก็จะเป็นมนุษย์และมีชื่อเรียกว่าเจ้าปู่ศรีสุทโธบ่อน้ำนี้เป็นบ่อของพญานาคสุทโธจึงเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ใช้ดื่มกินรักษาโรคได้ สามารถใช้ลูบหัวเพื่อความเป็นศิริมงคล ด้านหลังของคำชะโนด จัดทำเป็นทางเดินไม้ชมบรรยากาศของป่าคำชะโนด ที่รายล้อมด้วย ต้นไม้สูงใหญ่ โดยเฉพาะต้นชะ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในป่าดึกดำบรรพ์ บางคนที่ชอบเสี่ยงโชคก็เดินไปที่ต้นมะเดื่อและต้นชะโนดเพื่อเฝ้าหา เลขเด็ดบริเวณรากต้นมะเดื่อ ตามความเชื่อที่ว่าจะให้โชคลาภ รวมถึงกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยทุกวันก่อนหวยออก บรรยากาศภายในเกาะคำชะโนด เริ่มเป็นไปอย่างคึกคัก ตลอดทั้งวันมีชาวบ้านจากทุกสารทิศต่างหลั่งไหลเดินทางไปกราบไหว้ขอโชคลาภ ทั้งจากศาลปู่ศรีสุทโธและต้นคำชะโนด

    Rattanaphon Pattha
  • เที่ยง
    • รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่7)
  • บ่าย
    • นำท่านชม ศูนย์วัฒนธรรมไทยจีน มูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า เริ่มก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นจุดศูนย์รวมในการอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีบรรพชนและหลักปรัญชาของพี่-น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดอุดรธานี โดยเริ่มมีแนวคิดการจัดสร้างในสมัยคณะกรรมการศาลเจ้าปู่-ย่า สมัยที่ 58 และได้เริ่มรวบรวมกำลังทรัพย์จากผู้มีจิตศรัทธาเพื่อซื้อที่ดินบริเวณด้านหน้าทางเข้าศาลเจ้าด้านทิศตะวันออก
    ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุดรธานี บริเวณเดียวกันกับศาลเจ้าปู่ย่า...

    ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุดรธานี บริเวณเดียวกันกับศาลเจ้าปู่ย่า สถานที่ตกแต่งโดยจำลองบรรยากาศแบบจีน เหมือนยกเมืองจีนมาไว้ใจกลางอุดร โดยสร้างขึ้นเพื่อเชิดชูองค์เจ้าปู่เจ้าย่า ที่เป็นที่เคารพและศรัทธาของชาวอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง อีกทั้งเป็นแหล่งในการสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของชาวจีนที่อพยพจากประเทศจีนมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในจังหวัดอุดรธานี เป็นสถานที่สงบ เย็นสบาย เเละสวยงามมาก เมื่อด้านเข้ามาบริเวณด้านหน้าจะพบกับสระน้ำขนาดเล็กที่มีฝูงปลาคราฟสีสวยงามแหวกว่าย บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การท่องเที่ยวและพักผ่อน มีมุมให้ถ่ายรูปหลายมุม รูปปั้นหินอ่อนสีหยกขาว ที่แกะสลักหินอ่อนเป็นรูปท่านมหาปราชญ์“ขงจื่อ” ตั้งโดดเด่นริมสระน้ำ ซึ่งเป็นหินที่นำมาจากเมืองชวีฟู่ มณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน บ้านเกิดของมหาปราชญ์ขงจื่อ มอบให้ศูนย์วัฒนธรรมไทย – จีน อุดรธานี สำหรับใครที่อยากถ่ายรูปเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศสถานที่มีชุดจีนให้เช่าในราคาเริ่มต้นเพียง 50 บาทเท่านั้น เดินเข้าไปข้างในสุดจะพบกับสะพานข้ามสระน้ำและศาลาพักผ่อนแบบจีนที่มีความวิจิตรงดงาม เดินมาอีกโซนจะพบกับภาพปูนปั้นและภาพถ่ายตามห้องต่างๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยจีนและอีกหลายแง่มุมของชาวจีนที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทย เป็นสถานที่จัดทำมาอย่างปรานีต ใส่ใจทุกรายละเอียด บรรยากาศด้านหน้าของศูนย์วัฒนธรรมรรมไทย-จีน เป็นร้านขายของที่ระลึก และร้านขายเครื่องดื่ม หากมีโอกาสได้ไปเที่ยวอุดรอย่าลืมมาเที่ยวศูนย์วัฒนธรรมรรมไทย-จีน ไหว้ศาลเจ้าปู่ย่าแวะมาขอพรขอให้มีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และยังเป็นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สวยงามที่ไปแล้วรู้สึกคุ้มค่ามาก

    Rattanaphon Pattha
  • 17:30
    • นำคณะเดินทางสู่สนามบินอุดรธานี
  • 19:30
    • ออกเดินทางจากสนามบินอุดรธานี สู่ สนามบินดอนเมือง ด้วยเที่ยวบิน FD3357 (UTH-DMK 19.30-20.30) **ไม่มีน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง และไม่มีอาหารบนเครื่อง**
  • 20:30
    • เดินทางถึงดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • กรุณาแจ้งชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้จอง สำหรับออกใบแจ้งหนี้และใบรับเงินของท่าน

    ชำระค่าทัวร์ ชำระเต็ม เพื่อเป็นการยืนยันการจองจึงจะถือว่าได้ทำการสำรองที่นั่งเสร็จสมบูรณ์ โดยการโอนเงินเข้าทางธนาคารของบริษัทฯ ดังรายละเอียด

เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางอย่างน้อย (>=) 45 วัน ยินดีคืนค่าบริการทั้งหมด

    สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย และทางบริษัทฯเป็นผู้ยื่นวีซ่าให้ เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการยกเลิกการเดินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด

    ทุกรายที่สามารถยกเลิกได้ มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก 10% ของราคาค่าทัวร์เต็มจำนวน
อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ

    ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ

    ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า

    ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ

    ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ

    ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์)

    ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ค่า รักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 200,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

    บัตรโดยสารเครื่องบินสายการบินแอร์เอเชีย กรุงเทพฯ-อุดรธานี-กรุงเทพฯ น้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่อง Carry On 7 กิโลกรัม โดยสัมภาระที่จะถือขึ้นเครื่องบิน ต้องไม่มีของมีคม กรรไกรตัดเล็บ วัตถุ ไวไฟ ของเหลวสามารถโหลดได้ไม่เกินขนาดบรรจุ 100 มล.

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา

    ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม, ค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีดฯลฯ

    ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

    ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติหรือคนต่างด้าว

    ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

    ค่าทิปมัคคุเทศก์ และพนักงานขับรถ จำนวน 300 บาท/ลูกค้า 1 ท่าน

หมายเหตุ
  • บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

    บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ และอื่นๆที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย, การถูกทำร้าย, การสูญหาย, ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ

    หากท่านยกเลิกก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้วไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

    บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ

    รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

    ราคานี้คิดตามราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน หากราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงขึ้น บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋วเครื่องบินตามสถานการณ์ดังกล่าว

    กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจากสายการบินบริษัทฯขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯจะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่นทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้สำหรับค่าบริการนั้นๆ

    มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น

    หากไม่สามารถไปเที่ยวในสถานที่ที่ระบุในโปรแกรมได้ อันเนื่องมาจากธรรมชาติ ความล่าช้า และความผิดพลาดจากทางสายการบิน จะไม่มีการคืนเงินใดๆทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ทางบริษัทฯจะจัดหารายการเที่ยวสถานที่อื่นๆมาให้ โดยขอสงวนสิทธิ์การจัดหานี้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

    เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เติมใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
0 บทวิจารณ์
0 บทวิจารณ์