น่าน* สะปัน * ปัว * ดอยภูคา 3 วัน 2 คืน

น่าน , ไทย

ไฮไลท์แพ็คเกจ

บ่อเกลือสินเธาว์*ถนนหมายเลข3 * จุดชมวิว1715 * หยุดเวลาคาเฟ่ * ดอยสะกาด * วัดภูมินทร์ * กาแฟบ้านไทลื้อ * วันพระธาตุเขาน้อย

กำหนดตารางการเดินทาง / ราคา

กำหนดตารางการเดินทาง

วันแรก 1 : สนามบินดอนเมือง • น่าน • ศาลหลักเมืองน่าน • วัดภูมินทร์ • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน • วั...
  • 06:30
    • พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง ตึก 2 เคาท์เตอร์นกแอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
  • 08:35
    • ออกเดินทางสู่ จังหวัดน่าน โดยเที่ยวบิน DD 170
  • 09:40
    • เดินทางถึงจังหวัดน่าน เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ป่าเขา และเข้มแข็งทางวัฒนธรรมกับ ประวัติศาสตร์อันยาวนานมากกว่า 700 ปี จึงทำให้น่านกลายเป็นเมืองจุดหมายสำคัญในการ ท่องเที่ยว

    • จากนั้น พาท่านสักการะ เสาพระหลักเมืองน่าน ณ วัดมิ่งเมือง ซึ่งได้รับการสถาปนาวัดใหม่ จากเดิมที่เป็นวัดร้าง โดยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าครองนครในตอนนั้น สำหรับตัวอุโบสถนั้นพระครูสิริธรรมภาณี ได้บูรณะใหม่ในปี พ.ศ. 2527 เนื่องจากทรุดโทรมเป็นอย่างมาก โดยตัวอาคารเป็นฝีมือของช่างพื้นบ้านของเมืองน่าน และงานลวดลายปูนปั้นจากช่างเชียงแสน ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมืองน่านตั้งแต่สมัยพญาภูคาเจ้าเมืองน่านองค์ปฐม ซึ่งเดิมศูนย์กลางอยู่ที่อ.ปัว ในปัจจุบัน สำหรับเสาหลักเมืองนั้น สมัยโบราณจะเรียกว่า เสามิ่งเมือง หรือ เสามิ่ง โดยสมเด็จเจ้าฟ้าอัตถะวรปัญโญ เป็นผู้โปรดให้ฝังเสาพระหลักเมืองน่านลง เมื่อปีพ.ศ. 2331

    • พาท่านชมหนึ่งในสถานที่ที่โด่งดังที่สุดของจังหวัดน่าน กับภาพเสียงกระซิบบันลือโลก ณ วัดภูมินทร์ แต่เดิมนั้นมีชื่อว่าวัดพรหมมินทร์ เอกลักษณ์ที่แตกต่างจากวัดล้านนาทั่วไปคือ โบสถ์และพระวิหารสร้างอาคารจัตุรมุขหลังเดียวกัน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2139 โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ ซึ่งสันนิฐานกันว่าเป็นโบสถ์แบบจัตุรมุขหลังแรกของไทย พาท่านชม “ฮูบแต้ม” หรือภาพจิตรกรรมภายในวิหาร ซึ่งภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดคือภาพ ‘ปู่ม่านย่าม่าน’ ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวเมืองในสมัยนั้น ผลงานของหนานบัวผัน จิตรกรท้องถิ่นเชื้อสายไทลื้อ เป็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกระซิบอยู่ และเป็นภาพที่รู้จักกันในชื่อ กระซิบรักบันลือโลก และเป็นที่นิยมกันในหมู่นักท่องเที่ยวที่ต้องมาถ่ายรูปกับภาพจิตรกรรมฝาผนังนี้

    • พาท่านเข้าชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ดัดแปลงจากที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครน่าน มีพื้นที่รวม 14 ไร่ 2 งาน 32 ตารางวา โดยเคยเป็นศาลากลางจังหวัดน่าน ก่อนเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2517 ไฮไลท์สำคัญคือ งาช้างดำ ซึ่งเป็นของคู่บ้านคู่เมือง จนอยู่ในคำขวัญว่า  แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง”  ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านยังมี ซุ้มลีลาวดี เรียงกันเป็นแนวยาวให้ท่านได้บันทึกรูปกันอย่างตามอัธยาศัย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องไม่พลาด

    • จากนั้น ชมวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร สร้างขึ้นโดยพญาภูเข่ง เจ้าผู้ครองนครเมืองน่าน อายุมากกว่า 600 ปี ประกอบด้วยวิหารขนาดใหญ่ ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบล้านนาไทย ลักษณะภายในโอ่โถง ประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ มีเสาปูนกลมขนาด 2 คนโอบ ภายในวัดยังประดิษฐานเจดีย์ช้างค้ำทรงลังกา สูงตระหง่านมีรูปปั้นรูปช้างครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ ลักษณะเหมือนฐานรองรับไว้ด้านละ 6 เชือก รวมทั้งหมด 24 เชือก เป็นศิลปะที่น่านรับผ่านอาณาจักรสุโขทัย มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์
    เสามิ่งเมืองของจังหวัดน่าน สร้างขึ้นโดยสมเด็จเจ้าฟ้าอัตถะวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน...

    เสามิ่งเมืองของจังหวัดน่าน สร้างขึ้นโดยสมเด็จเจ้าฟ้าอัตถะวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 57 โปรดให้ฝังเสาพระหลักเมืองน่านต้นปัจจุบันนี้เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2331 ณ สถานที่ที่ทรงเสี่ยงทาย คือที่ข้างวัดร้างเก่าซึ่งตั้งอยู่ห่างจากหอคำ (ปัจจุบันคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 350 เมตร โดยผู้รู้สันนิษฐานว่าวัดร้างนี้คือวัดห้วยไคร้ อันมีมาแต่ครั้งสมัยสุโขทัย แต่เดิมเสามิ่งเมืองมีลักษณะเป็นไม้สักทองขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 60 ซ.ม. สูงประมาณ 3 ม. หัวเสาเกลาเป็นรูปดอกบัวตูม ตัวเสาฝังลงกับพื้นโดยตรงไม่มีศาลครอบ จนกระทั่งในปี 2506 เมืองน่านได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ แม่น้ำน่านไหลเข้าท่วมถึงเสามิ่งเมือง ตัวเสาอายุร้อยกว่าปีที่เริ่มผุกร่อนจึงโค่นล้มลง ต่อมาทางวัดมิ่งเมืองพร้อมด้วยพ่อค้าประชาชนชาวน่านจึงได้ร่วมกันนำเสามิ่งเมืองน่านต้นเดิมที่โค่นล้มลงนั้นมาเกลาแต่งใหม่ และสลักหัวเสาเป็นพระพรหมสี่หน้า รวมทั้งสร้างศาลทรงไทยจตุรมุขครอบเสามิ่งเมืองขึ้นเป็นครั้งแรก ในครั้งนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเป็นองค์ประธานประกอบพิธีตั้งเสาหลักเมืองน่าน เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2516

    chompoo
    วัดภูมินทร์ ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดน่าน เป็นวัดสำคัญและสถานที่ท่องเที่ยวที่...

    วัดภูมินทร์ ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดน่าน เป็นวัดสำคัญและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดน่าน วัดมีลักษณะที่สำคัญคือโบสถ์และวิหารถูกสร้างเป็นอาคารเดียวกัน วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 2139 โดยเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เดิมชื่อ วัดพรหมมินทร์ ซึ่งเป็นพระนามของเจ้าเจตบุตรฯ ผู้สร้างวัด สันนิษฐานว่าในภายหลังได้เรียกชื่อกันเพี้ยนมาเป็นชื่อวัดภูมินทร์ในปัจจุบัน[2] ภาพของวัดเคยปรากฏบนธนบัตรไทยรุ่นที่ 2 ราคา 1 บาท

    chompoo
    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองน่านใกล้กับวัดภูมินทร์ เป็นอาคารแบบ...

    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองน่านใกล้กับวัดภูมินทร์ เป็นอาคารแบบยุโรปซึ่งเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 5 ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองน่าน เดิมเป็น หอคำ ซึ่งเป็นที่ประทับและที่ว่าราชการของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2475 ใช้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดแห่งแรกของจังหวัดน่าน ต่อมาใน พ.ศ. 2517 และประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการขึ้นในปี พ.ศ. 2528 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2530

    Rattanaphon Pattha
    วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เดิมชื่อ วัดหลวงกล...

    วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เดิมชื่อ วัดหลวงกลางเวียง เจ้าผู้ครองนครน่าน พญาภูเข่ง เป็นผู้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 1949 พระวิหารหลวงวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เป็นวิหารขนาดใหญ่ รูปทรง สร้างตามสถาปัตยกรรม ทางภาคเหนือ ลักษณะภายในโอ่โถง ด้านหน้ามีสิงห์คู่ ยืนตรงเชิงบันได ด้านละตัว มีทางเข้า 3 ทาง ประตูกลาง ทำเป็นประตูใหญ่ และประตูเล็ก อยู่ด้านซ้ายและด้านขวา มีทางขึ้นเป็นประตูเล็ก ๆ ตรงข้ามพระประธาน ด้านทิศตะวันออกและตะวันตกอีก 2 ข้าง ทำหลังคาซ้อนกัน 2 ชั้น มุขลดด้านหน้า และด้านหลัง หน้าบัน ตีด้วยแผ่นกระดานเรียงต่อกัน แล้วประดับที่ขอบเสา ด้านหน้าทุกต้น ตามลักษณะ สถาปัตยกรรมล้านนาไทย ภายในพระวิหารกว้างขวาง มีเสาปูนกลมขนาดใหญ่ ขนาด 2 คนโอบรอบ จำหลัก ลวดลายปูนปั้นนูนสูงไว้ เหนือจากระดับพื้นพระวิหาร 1.50 เมตร เป็นลวดลาย กนกระย้าย้อย เหมือนลวดลาย ที่เสาในวิหารวัดภูมินทร์

    chompoo
  • เที่ยง
    • พาทุกท่านรับประทานอาหารเที่ยง เฮือนฮอม

    • จากนั้น เดินทางไปยัง วัดพระธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน และ ยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิด ปีเถาะ อีกด้วย สันนิษฐานว่า พญาการเมืองโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1891 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจากกรุงสุโขทัย ถือเป็นแบบอย่างสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมของช่างสกุลน่าน นอกจากนั้นยังมีสิ่งคู่ควรแก่การสักการะอีกมากมาย อาทิ วิหารพระเจ้าทันใจ วิหารพุทธไสยาศน์ เป็นต้น

    • จากนั้น พาท่านเข้าชม วัดพระธาตุเขาน้อย เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขาโดยเป็นที่ประดิษฐานพระเกษาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้านบนยังประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ตรงจุดนี้ท่านยังสามารถชมวิวเมืองน่านได้อย่างสุดลูกหูลูกตา

    • จากนั้น เดินทางกลับสู่ตัวเมือง เพื่อพาเดิน กาดข่วงเมืองน่าน หรือถนนคนเดินเมืองน่านที่จัดเต็มไปด้วยสินค้านานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋าของที่ระลึก อาหาร ที่เป็นสินค้าของชาวเมืองน่าน ให้ท่านได้เลือกรับประทานอาหารได้อย่างอิสระโดยหากท่านสนใจลองทานขันโตกเมืองน่านก็สามารถลองทานได้ที่กาดข่วงแห่งนี้
    พระบรมธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเต่า กิ่งอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ห่างจากต...

    พระบรมธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเต่า กิ่งอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ห่างจากตัวเมืองราว 2กม. เป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองและ ปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองน่าน มีอายุกว่า 600 ปี แสดงให้เห็นถึงแบบอย่างสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมสกุลช่างน่านอันงดงาม ตามประวัติกล่าวว่า พญาการเมืองโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1891 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจากกรุงสุโขทัย บุด้วยทองเหลืองทั้งองค์ เป็นโบราณสถานที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา พระบรมธาตุแช่แห้ง ทุกปีจะมีงานนมัสการ พระบรมธาตุแช่แห้ง ระหว่างวันขึ้น 11 ค่ำ ถึง 15 ค่ำเดือน 6 ทางเหนือ ซึ่งจะอยู่ราวปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคมของทุกปี พระบรมธาตุแช่แห้ง มีความสูง55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5 เมตร เป็นศิลปะการก่อสร้าง ที่มีความวิจิตรงดงามอีกแห่งหนึ่งของภาคเหนือ เป็นศิลปะการก่อสร้าง ที่ได้รับอิทธิพล การก่อสร้างมาจากเจดีย์พระธาตุหริภุณไชย โดยมีลักษณะโดยรอบขององค์พระธาตุ คือ จะมีการบุรอบองค์ด้วยทองจังโก ในส่วนของทางเดินขึ้นสู่งองค์พระธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าลักษณะของการปั้น จะเป็นลายนาคเกี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของช่างฝีมือและของศิลปะของจังหวัดน่านโดยแท้จริง ชาวเมืองล้านนามีความเชื่อว่า การได้เดินทางไปสักการบูชากราบไหว้นมัสการองค์พระธาตุแซ่แห้ง หรือชาวล้านนาจะเรียกกันว่า การชูธาตุ แล้วนั้นจะทำได้รับอานิสงค์อย่างแรงกล้า ทำให้ชีวิตอยู่ดี มีสุข ปราศจากโรคภัยต่างๆ มาเบียดเบียน หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า เป็นต้น และหากใครที่จะเดินทางได้นมัสการองค์พระธาตุแซ่แห้ง นั้น สามารถเดินทางไปได้ทุกวัน ซึ่งจะเปิดให้เข้านมัสการตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.

    Rattanaphon Pattha
    วัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองน่าน องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนศิลป...

    วัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองน่าน องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตัววัดตั้งอยู่บนเขาสูง จึงเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร ยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท พระธาตุเขาน้อย ตามประวัติพระธาตุองค์นี้ สร้างโดยมเหสีรองของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่าน เมื่อราวพุทธศตวรรณที่ 20 เจ้าผู้ครองนครน่านอีกหลายองค์ต่อมา ได้บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุโดยตลอด จนกระทั่งมีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ในปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า ชื่อหม่องยิงกรมศิลปากรได้ทำการสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปีพ.ศ.2523

    Rattanaphon Pattha
    กาดข่วงเมืองน่าน หรือถนนคนเดินวัดภูมินทร์ เป็นตลาดที่เกิดจากการส่งเสริมของหน่วยง...

    กาดข่วงเมืองน่าน หรือถนนคนเดินวัดภูมินทร์ เป็นตลาดที่เกิดจากการส่งเสริมของหน่วยงานภาครัฐส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นที่ทำงานบูรณาการร่วมกันเปิดตลาดต้องชมขึ้น จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะสร้างเอกลักษณ์พาณิชย์ อัตลักษณ์ของชาวน่าน ส่งเสริมให้เป็นแหล่งช่องทางการกระจายสินค้าเกษตร สินค้าหัตถกรรม OTOP ได้แก่ ผลไม้ส้มสีทอง ข้าวกล้องอินทรีย์ ขนมข้าวซี่ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสาหร่ายน้ำจืด ผ้าทอมือลายโบราณ เครื่องเงิน ฯลฯ จากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรถึงมือผู้บริโภคในราคายุติธรรม เข้าหลักการเอกลักษณ์พาณิชย์ กาดข่วงเมืองน่าน เปิดทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์โดยจะมีจุดเริ่มต้นบริเวณสี่แยกวัดพระธาตุช้างค้ำ บนถนนผากอง ระหว่างลานข่วงเมือง หน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ไปถึงสามแยกถนนจัทรประโชติ เยื้องๆหน้าวัดภุมินทร์นักท่องเที่ยวสามารถมาเดินเที่ยวชมวัดวาอาราม ย่านข่วงเมืองน่าน และแวะซื้อสินค้าจากร้านค้าต่างๆ ของสองฝากจากเมืองน่าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านเสื้อผ้า ร้านขายของฝากของที่ระลึกฯลฯ โดยจะจัดเป็นประจำทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.000-22.00 น. (หากไม่ติดงานของหน่วยงานราชการ หรืองานอื่นๆ มาใช้สถานที่ข่วงเมืองน่าน)

    chompoo
  • เย็น
    • อิสระเลือกรับประทานอาหารเย็นตามอัธยาศัย

    • ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก โรงแรมบ้านน่าน
วันที่สอง 2 : อำเภอบ่อเกลือ • ถนนลอยฟ้า1081 • บ่อเกลือสินเธาว์• หมู่บ้านสะปัน • หยุดเวลาคาเฟ่ • ชมวิว...
  • 07:00
    • รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

    • จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ อ.บ่อเกลือ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่าน ประมาณ 80 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง มีชื่อเสียงในด้านการทำเกลือบนภูเขาที่ไม่มีที่ใดเหมือน เกลือสินเธาว์เพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง อำเภอบ่อเกลือ มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม โอบล้อมด้วย ขุนเขาเขียวขจี บ่อเกลือจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดน่านที่รอคอยนักเดินทางเข้ามาสัมผัสกลิ่นไอของธรรมชาติและตำนานการทำเกลือบนที่สูง

    • จากนั้น ให้ทุกท่านแวะถ่ายรูปที่ถนน 1081 โดยถนนสาย สันติสุข - บ่อเกลือ ถนนหมายเลข 1081 ยังมีความสวยงามและได้รับฉายาว่า ถนนลอยฟ้าของจังหวัดน่าน ซึ่งถนนสายดังกล่าว ได้ถูกตัดผ่านสันเขา เป็นระยะทางหลาย 10 กิโลเมตร ทำให้เมื่อขับรถไปนั้น จะเหมือนลอยอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งตลอด 2 ฝั่งทาง จะเป็นไหล่เขาลงไป และสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ธรรมชาติได้ตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ ยังมีทะเลหมอกให้มองเห็นเป็นบางช่วงในระหว่างเส้นทาง นับได้ว่าเป็น Unseen แห่งใหม่ของจังหวัดน่านที่ทุกคนห้ามพลาด

    • จากนั้น พาทุกท่านชม บ่อเกลือสินเธาว์ บนภูเขาแห่งเดียวของโลกตรงนี้สำรวจแล้วว่าไม่มีที่ไหนอีก บ่อเกลือเดินทางมาค่อนข้างยาก แต่สวยงามมาก หากพูดในด้านการท่องเที่ยว มีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวในเรื่องของธรรมชาติสูงปัจจุบันชาวบ้านยังคงต้มแกลือด้วยวิธีแบบดั้งเดิม จะตักน้ำเกลือจากบ่อส่งผ่านมาตามลำไม้ไผ่สู่บ่อพักการทำเกลือของ ชาวบ้านบ่อเกลือ นำน้ำเกลือที่ตักจากบ่อมาต้มในกระทะประมาณ 4 - 5 ชั่วโมงให้น้ำเกลือระเหยแห้งจากนั้นก็จะนำไม้พายมาตักเกลือใส่ตะกร้าที่แขวนไว้เหนือกระทะเพื่อให้น้ำเกลือไหลลงมาในกระทะทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนน้ำในกระทะแห้ง หมดแล้วจึงตักน้ำเกลือจากบ่อมาใส่ลงไปใหม่ หลังจากนั้นใส่ถุงวางขายกันหน้าบ้าน
    ธรรมชาติรังสรรค์สิ่งสวยงาม ในช่วงหน้าฝน ณ น่านนคร ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ออกมาขั...

    ธรรมชาติรังสรรค์สิ่งสวยงาม ในช่วงหน้าฝน ณ น่านนคร ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ออกมาขับ Road trip บนถนนลอยฟ้าของเมืองน่าน มองไปสองข้างทาง ได้เห็นต้นไม้สีเขียวขจี... อ่านต่อได้ที่ :

    chompoo
    บ่อเกลือ ตั้งอยู่ใน อ. บ่อเกลือ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่าน ประมาณ 80 กิโลเมตร เกลือ...

    บ่อเกลือ ตั้งอยู่ใน อ. บ่อเกลือ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่าน ประมาณ 80 กิโลเมตร เกลือเป็นสิ่งที่มีบทบาทต่อชุมชนคนเมืองน่านและบ้านเมืองโดยรอบเป็นอย่างมากทั้งสุโขทัย ล้านช้าง และล้านนา เพราะพื้นที่เหล่านี้อยู่ห่างไกลจากทะเล ด้วยเหตุนี้เป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้พระเจ้าติโลกราชแห่งล้านนาเสด็จมาตีเมืองน่าน เพื่อมุ่งหวังครอบครองบ่อเกลือซึ่งถือเป็นยุทธปัจจัยสำคัญสมัยนั้น เมืองน่าน จึงถูกผนวกเข้าไว้ในอาณาจักรล้านนาตั้งแต่นั้นมา

    chompoo
  • เที่ยง
    • พาทุกท่านรับประทานอาหารเที่ยง ร้านข้าวซอยบ่อเกลือ

    • จากนั้น มุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านสะปัน จังหวัดน่าน เริ่มกลายเป็นจุดมุ่งหมายยอดฮิตของคนไทยที่ต้องการความเงียบสงบและมาพักผ่อน เพราะธรรมชาติของหมู่บ้านสะปันถือว่าดีและครบเครื่องมาก ไม่ว่าจะเป็นทุ่งนาเขียวๆ โอบล้อมด้วยภูเขาเกือบทุกด้าน ตอนเช้ามีหมอกสวยๆ แถมยังมีน้ำตกให้เที่ยวเล่นอีก โดยรวมถือเป็นอีกสถานที่ที่ดีอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน

    • จากนั้น พาท่านไปนั่งชิลที่ หยุดเวลาคาเฟ่ คาเฟ่มุมสูงแห่งหมู่บ้านสะปัน วิวสวยหลักพันล้าน ใครมาเที่ยวที่นี่ต้องไม่พลาดถือว่าเป็นคาเฟ่ที่มุมสวยมี่สุดแห่งหมู่บ้านสะปันเลย ซึ่งความสวยเรียกได้ว่าอยากหยุดเวลาไว้ที่นี่กันเลยทีเดียว

    • พาทุกท่าน แวะถ่ายรูปกับ จุดชมวิวดอยภูคา 1715 เป็นจุดแวะพักชมวิวที่สวยงามและเป็นจุดชมวิวที่สูงห่างจากระดับน้ำทะเล 1715 เมตร มองเห็นภูเขาสลับซับซ้อน มีลานกางเต็นท์สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนระหว่างทาง มีห้องน้ำสะอาดให้บริการ อยู่ถนนเส้นทางระหว่างปัว-บ่อเกลือ

    • มุ่งหน้าสู่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน เมืองเล็กๆ แสนโรแมนติก เหมาะกับการใช้ชีวิตเรียบง่าย และเงียบสงบ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเป็นทุ่งนา ถ้าเรามาช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม แม้ต้นข้าวจะยังไม่โตเต็มที่ เพราะชาวบ้านเพิ่งเริ่มดำนากัน แต่เราจะได้ภาพผืนนาสีน้ำตาลกว้างไกลตัดกับต้นกล้าสีเขียว สวยงามมาก สะกดทุกสายตาของผู้มาเยือนแน่นอน นอกจากธรรมชาติแล้ว แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ประเพณี ก็ยังน่าหลงใหล

    • จากนั้น มุ่งหน้าสู่ วัดศรีมงคล อีกวัดที่ได้รับการตกแต่งแบบไทยล้านนา ซึ่งพระครูมงคลรังสี หรือหลวงปู่ครูบาก๋ง ที่เป็นที่เคารพของชาวบ้าน เคยได้รับนิมนต์มาอยู่ที่วัดแห่งนี้จนมรณภาพ โดยรอบวัดตกแต่งด้วยโคมไฟกระดาษสา ร่มกระดาษสา ตุง ซึ่งล้วนเป็นข้าวของเครื่องใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านทั้งสิ้น พาท่านสักการะพระประธานในวิหารหลวง และชมจิตรกรรมฝาผนังซึ่งส่วนหนึ่งเป็นรูปมหาอุทกภัยที่เมืองยม พ.ศ. 2424 อีกหนึ่งสิ่งที่โด่ดเด่นคือทัศนียภาพหน้าวัดซึ่งเป็นทุ่งนาอันกว้างขวางมีพื้นหลังเป็นดอยภูคา ให้ท่านได้เก็บภาพบรรยากาศกันอย่างอัธยาศัย
    หมู่บ้านสะปัน หมู่บ้านเนินๆ ที่เมืองน่าน ตั้งอยู่ที่อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เป็นชุมชนเ...

    หมู่บ้านสะปัน หมู่บ้านเนินๆ ที่เมืองน่าน ตั้งอยู่ที่อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เป็นชุมชนเล็กๆ มีความเงียบสงบเหมาะแก่การไปพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขา ซึ่งมีลำน้ำว้าไหลผ่านยิ่งมาเที่ยวในช่วงหน้าฝนจะได้เห็นทิวทัศน์ของทุ่งนาข้าวสีเขียวขจีและสายหมอกฟุ้งยามเช้า อากาศที่นี่เย็นสบายเหมาะจะชวนแฟนมานอนสวีทในบรรยากาศสบายๆ ที่พักที่นี่เน้นการอยู่ร่วมกับวิถีชีวิตของชาวน่าน พร้อมทั้งยังสร้างที่พักให้คงความเป็นกลิ่นอายของชุมชนแบบดั้งเดิมทำให้เราได้สัมผัสชีวิตของคนที่นี่ได้เป็นอย่างดี ที่พักแต่ละที่ก็จะมีวิวที่แแตกต่างกันออกไปทั้งที่พักติดริมแม่น้ำ ที่พักบนเขาสูงเห็นวิวของทุ่งนาและโอบล้อมไปด้วยภูเขา และจุดชมวิวนาข้าวเป็นวิวที่สวยงามที่สุดของหมู่บ้านนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งพิกัดจะตั้งอยู่ใกล้กับสายหมอกบอกฮัก หากใครได้มีโอกาสไปเที่ยวช่วงฤดูฝนก็ไม่ควรพลาดไปชมวิวท้องนากับสายหมอกคลอเคลียที่นี่นะ

    chompoo
    ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว เรามุ่งหน้าไปสัมผัสอากาศเย็นสบายกันที่ "น่าน" ภูเขาและทุ่งนาท...

    ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว เรามุ่งหน้าไปสัมผัสอากาศเย็นสบายกันที่ "น่าน" ภูเขาและทุ่งนาที่น่านยังคงงดงามเหมือนเคย เป็นความสุขทางใจและทางสายตาที่ได้พบทุกครั้งเมื่อเดินทางมาเยือน ในวันนี้เราตั้งใจไปเที่ยวน่านตอนเหนือ ตามเส้นทางดอยภูคา อำเภอบ่อเกลือ และหมู่บ้านสะปันกัน เราใช้เส้นทางถนนสายปัว-บ่อเกลือ (ทางหลวงสาย 1256) ที่เรียกว่าเป็น "ถนนลอยฟ้า" เพราะตัดผ่านสันเขาสูงที่สองข้างทางเป็นหุบเขา ทิวทัศน์สองข้างทางงดงามยิ่งนัก ภูเขาใหญ่ที่เราลัดเลาะตามเส้นทางมานี้คือ "ดอยภูคา" และในระหว่างทางสายนี้เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ซึ่งมีทั้งจุดกางเต็นท์ บ้านพัก ซึ่งหากใครอยากจะแวะชมวิวหรือแวะตั้งแคมป์ค้างคืนก็สามารถทำได้

    I TRAVELS CENTER
    วัดศรีมงคล (ก๋ง) ตั้งอยู่ที่ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นวัดเก่าแก่ที่ไ...

    วัดศรีมงคล (ก๋ง) ตั้งอยู่ที่ตำบลยม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2395 พระสงฆ์ที่มีชื่อที่สุดของวัดนี้คือ หลวงปู่ก๋ง ด้านหลังวัดมีลานชมวิว ซึ่งมีทัศนียภาพที่งดงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน บริเวณนาข้าวมีที่พักและร้านกาแฟฮักนน่าน มีสะพานไม้ไผ่เชื่อมจากตัววัดสามารถลงไปเดินเล่นถ่ายภาพได้ โดยบริเวณลานชมวิว ทางวัดได้จัดทำเป็นซุ้มและจุดชมวิวให้ถ่ายภาพหลายจุด รวมถึงร้านกาแฟบรรยากาศไทยๆ ให้พักผ่อนหย่อนใจ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งวิหารหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม โดยเลียนแบบการวาดของหนานบัวผัน จิตรกรชาวน่านเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์และวัดหนองบัวของจังหวัดน่าน รวมถึงพิพิธภัณฑ์มงคลธรรมรังสี ซึ่งรวมรวมของโบราณต่างๆให้ได้ชม เมื่อมาถึงด้านหน้าวัดจะมีลานจอดรถด้านข้าง จากนั้นเดินเข้ามาภายในวัดจะเจอวิหารหลวง มีองค์พระธาตุประดิษฐานอยู่ด้านหน้า บรรยากาศโดยรอบของวัด เน้นตกแต่งแบบไทยล้านนา อนุรักษ์ของเก่าแก่ในอดีต ด้านหน้ายังเป็นที่ตั้งของกระท่อมไม้ไผ่ ชื่อว่าเฮือนมะเก่า ภายในบ้านมีข้าวของเครื่องใช้โบราณ สามารถเข้าไปชมและถ่ายภาพได้ เดินเข้ามาด้านในจะเจอลานชมวิว เป็นระเบียงกว้างหากมาเที่ยวในช่วงฤดูทำนานจะได้เห็นวิวของนาข้าวเขียวขจี มีต้นหมากคู่ 2 ต้น โดดเด่นอยู่ริมระเบียง โดยด้านหลังนาข้าวเป็นวิวของดอยภูคา และสะพานไม้ไผ่ฮักนาน่าน มองแล้วสดชื่นสบายตา มีจุดชมวิวแบบสกายวอลค ที่สามารถเดินไปชมวิวถ่ายภาพได้

    Rattanaphon Pattha
  • เย็น
    • รับประทานอาหารเย็นที่ ร้าน ที่นี่ปัว

    • จากนั้น พาทุกท่านเข้าสู่ที่พัก ฮักปัว โฮเทล น่าน
วันที่สาม 3 : ดอยสกาด • วัดภูเก็ต • กาแฟบ้านไทลื้อ • สนามบินน่าน • ดอนเมือง
  • 07:00
    • รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม

    • จากนั้น พาทุกท่านเดินทางขึ้นชมวิวรับอากาศหนาวดอยสกาด ที่ว่ากันว่าเป็นหมู่บ้านท่ามกลางสายหมอก ของ อำเภอปัว จังหวัดน่าน หมู่บ้านเล็กๆ ของชาวไทยภูเขาเผ่าลั๊วะ ที่เกือบทุกหลังจะมีต้นมะแขว่น เครื่องเทศพื้นเมืองของภาคเหนือ รวมถึงต้นชา สายพันธุ์อัสสัม โดยขึ้นอยู่แทบทุกบ้านเลย บวกกับท่ามกลางบรรยากาศสวยๆ เงียบสงบ ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ ป่าเขา สายหมอก เลยมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีนั่นเอง (สกาดคอฟฟี่เราบริการกาแฟดริปให้ลูกค้า 1ชุด ต่อลูกค้า 2 ท่าน )

    • นำทุกท่านเดินทางสู่ วัดภูเก็ต โดยชื่อของวัดนั้นมาจากชื่อหมู่บ้านที่ชื่อว่า”เก็ต” มีอุโบสถทรงล้านนาประยุกต์ ประดิษฐานหลวงพ่อแสนปัว หรือ หลวงพ่อพุทธเมตตา ที่ศักดิ์สิทธิ์

    • จากนั้น พาท่านสโลวไลฟ์พร้อมดื่มเครื่องดื่มเติมความสดชื่นที่ ร้านกาแฟไทลื้อ ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนาและขุนเขา ตัวร้านเป็นลักษณะบ้านแบบไทลื้อ และยังมีมุมจิบเครื่องดื่มหลายๆ จุด ซึ่งเก๋ไก๋ไม่ธรรมดา นอกจากนั้นท่านยังสามารถเลือกซื้อของที่ระลึก ผ้าทอไทลื้อ ผ้าทอน้ำไหลลายโบราณซื้อเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน ของดีของเมืองปัวได้ ที่ ร้านลำดวนผ้าทอ
    บ้านฉันอยู่ดอยสกาด บ้านฉันมีธรรมชาติ อยากบอกเธอบ้านฉันปลูกเมี่ยง บ้านฉันปลูกเมี่...

    บ้านฉันอยู่ดอยสกาด บ้านฉันมีธรรมชาติ อยากบอกเธอบ้านฉันปลูกเมี่ยง บ้านฉันปลูกเมี่ยงบนดอยใหญ่น้อยเรียกดอยสกาด ป่าเขียวเป็นธรรมชาติ อยากบอกเธอ ฉันปลูกมะแข่น มะแข่นหอม เอาไว้ใส่ลาบ ลาบขม ต้มแซ่บเมือง มะแข่นดีชื่อดังลือเลื่อง อยากบอกเธอใส่แกงผักกาด ปีนี้ฉันปลูกกาแฟไม่กี่ปีฉันจะขายกาแฟ สกาดดีมีดีหลายแล มะแข่น เมี่ยง กาแฟ ของแท้สกาด welcome to สกาด ” บทเพลงนิยามของความเป็น ดอยสกาด ดอยที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการปลูกเมี่ยง ถิ่นปลูกมะแข่นของดีเมืองน่าน ดอยแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทยภูเขาชนเผ่าลั๊วะที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย และที่สำคัญยังคงมีความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับมาพักผ่อนชาร์ตแบตรีเฟรซร่างกายให้หายจากความเหนื่อยล้า ดอยสกาด ตั้งอยู่ในอำเภอปัว จังหวัดน่าน บนเทือกเขาดอยภูคา ห่างจากตัวเมืองปัวประมาณ 22 กม. ใช้เวลาเดินทางครึ่งชั่วโมง ผ่านเส้นทางของถนนที่โค้งไปมามีชันบ้างในช่วงสุดท้าย ถนนขึ้นดอยเป็นถนนลาดยางตลอดทั้งเส้น รถทุกชนิดสามารถสัญจรได้ ถ้าขับขึ้นดอยเข้าโค้งได้ก็ไม่ยากเกินไปที่จะมาถึงดอยแห่งนี้ เมื่อเข้าสู่ดอยสกาดจะเห็นบ้านเรือนของชาวบ้านปลูกแทรกตามไหล่เขา บางหลังมีต้นชาหรือเมี่ยงปลูกอยู่ในบริเวณบ้านด้วย พันธุ์ที่นิยมปลูกบนดอยสกาด คือ ชาอัสสัมซึ่งมีปลูกทั้งแบบเพาะเมล็ดพันธุ์เอง และขึ้นเองตามธรรมชาติ จึงทําใหการปลูกชาไม่เป็นแถวแต่ลักษณะการปลูกเป็นการปลูกใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่หรือไม้ร่มเงา ดอยสกาด มีที่พักแบบโฮมสเตย์ประมาณ 3 แห่ง แต่ที่พักที่เรียกได้ว่าเปิดตัวดอยสกาดให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว คือ สกาดดีโฮมสเตย์ ที่พักแบบบ้านไม้เรียบง่ายที่ตั้งอยู่บนที่สูงสามารถมองเห็นวิวของเทือกเขาดอยภูคาได้แบบพาโนรามาจากระเบียงหน้าบ้าน นอกจากเปิดเป็นที่พักแล้ว ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวได้แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชม จิบชา ดริฟกาแฟ ชมวิวถ่ายภาพสวยๆ ได้ตลอดทั้งวัน ถึงแม้ไม่ได้มาพักก็แวะมาจิบบรรยากาศได้

    Rattanaphon Pattha
    “วัดภูเก็ต” ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเก็ต อำเภอปัว จ.น่าน ซึ่งจริง ๆแล้วหมู่บ้านเก็ต เป...

    “วัดภูเก็ต” ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเก็ต อำเภอปัว จ.น่าน ซึ่งจริง ๆแล้วหมู่บ้านเก็ต เป็นหมู่บ้านชาวไทลื้อที่อพยพมาจากเมืองสิบสองปันนา เมื่อประมาณ 200 กว่าปีที่แล้ว วัดภูเก็ตจึงมีสถาปัตยกรรมล้านนาร่วมสมัยและมีวัฒนธรรมประเพณีของชาวไทลื้อผสมผสานอยู่ด้วย แน่นอนว่า signature ของหมู่บ้านแห่งนี้ก็คือผ้าทอไทลื้อ หรือผ้าซิ่นลายน้ำไหลนั่นเอง ผมมีโอกาสได้ถามชาวบ้านที่นี่ว่าโดยปกติแล้วผ้าทอพวกนี้นำไปขายที่ไหน? ชาวบ้านบอกว่าผ้าทอที่นี่โดยส่วนใหญ่ส่งออกไปขายประเทศญี่ปุ่น นับเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่น่าชื่นชมมาก ๆเพราะสามารถนำหัตถกรรมพื้นบ้านมาหารายได้เข้าชุมชนและประเทศได้ ถ้าใครมาวัดภูเก็ตแล้วก็อย่าลืมแวะมาดูมาซื้อผ้าซินกันได้นะครับ

    chompoo
    มาถึงอำเภอปัว จังหวัดน่าน ต้องแวะมาจิบเครื่องดื่ม กาแฟ และจิบบรรยากาศสไตล์ไทลื้...

    มาถึงอำเภอปัว จังหวัดน่าน ต้องแวะมาจิบเครื่องดื่ม กาแฟ และจิบบรรยากาศสไตล์ไทลื้อพื้นบ้าน ที่ ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ ของร้านลำดวนผ้าทอ เป็นอีกหนึ่งร้าน เก๋ ไก๋ ติดริมนาข้าวแฝงไปด้วยบรรยากาศแบบไทลื้อดั้งเดิม เมื่อได้เห็นต้องร้องว้าวน่าซื้อเครื่องดื่มซักแก้ว ไปนั่งเล่น นอนเล่น รับลมเย็น มองดูวิวนาข้าวและขุนเขาที่อยู่เบื้องหน้า พร้อมถ่ายภาพเช็คอินเก๋ เก๋ ยังกระท่อมปลายนาในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ ตั้งอยู่ที่ ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นร้านกาแฟของร้านลำดวนผ้าทอ ร้านขายของที่ระลึกและผ้าทอไทลื้อ ผ้าทอน้ำไหล ลายโบราณ ชื่อดังแห่งปัว อำเภอปัวถือว่าเป็นอำเภอที่มีชาวไทลื้ออยู่มากที่สุดชาวไทลื้อมีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้าน ได้แก่ผ้าทอไทลื้อ นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ ผ้าทอส่วนใหญ่เมื่อทอมาแล้วก็มีการจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน

    TOURSABAI TOURSABAI
  • เที่ยง
    • รับประทานอาหารกลางวัน ที่ ร้านปลาร้านัว

    • จากนั้น ได้เวลาอันเป็นสมควรพาทุกท่านเดินทางเข้าสู่สนามบินน่าน
  • 18:50
    • เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

เงื่อนไข & ข้อตกลง

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่งและจ่ายเงิน
  • ค่ามัดจำท่านละ 3,000 THB
เงื่อนไขการยกเลิกการสำรองที่นั่ง
  • แจ้งยกเลิกหรือเลื่อนวันเดินทาง 30 วัน ก่อนการเดินทาง : หักค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น อาทิ ค่ามัดจำรถบัสปรับ อากาศ , รถตู้ VIP, ค่าโรงแรมที่พัก ,ค่าอาหาร , ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว , ค่าบริการ

    ในกรณีชำระค่าทัวร์เต็มจำนวนแล้ว แจ้งยกเลิกหรือเลื่อนวันเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เก็บเงินค่าทัวร์ทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆทั้งสิ้น

    แจ้งยกเลิกก่อนเดินทางระหว่าง (>= AND <=) 15 ถึง 29 วัน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าบริการ 50 % ทุกรายที่สามารถยกเลิกได้ มีค่าธรรมเนียมการยกเลิก 10% ของราคาค่าทัวร์เต็มจำนวน
กรณีเจ็บป่วย
  • กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางได้ตามความเป็นจริง

    ในกรณีเจ็บป่วยกะทันหันก่อนล่วงหน้าเพียง 7 วันทำการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกกรณี

เงื่อนไขและข้อมูลควรทราบเพิ่มเติม
  • บริษัทฯมีสิทธ์ิในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมทัวร์ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

    ทางบริษัทฯจะไม่รับผดิชอบใดๆทั้งสิ้น หากผู้เดินทางประสบเหตุสภาวะฉุกเฉินจากโรคประจำตัว ซึ่งไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุในรายการท่องเที่ยว(ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัททัวร์)

    ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากท่านใช้บริการของทางบริษัทฯไม่ครบ อาทิ ไม่เที่ยวบางรายการ,ไม่ทานอาหาร บางมื้อ,เพราะค่าใช้จ่ายทุกอย่างทางบริษัทฯได้ชำระค่าใช้จ่ายให้ตัวแทนต่างประเทศแบบเหมาจ่ายขาด ก่อนเดินทางเรียบร้อยแล้วเป็นการชำระเหมาขาด

    ทางบริษัทฯจะไม่รับผดิชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหายจากการโจรกรรมและหรือเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเองหรือในกรณที่กระเป๋าเกิดสูญหายหรือชำรุดจากสายการบิน

    พาหนะ , ราคา และ รายการท่องเที่ยว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้เดิน ทางเป็นสำคัญ

    ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น หากเกิดความล่าช้าจาก การประท้วง,การนัดหยุดงาน,การก่อจลาจล ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯหรือเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ซึ่งลูกค้าจะต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม)

     บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด กรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯ กำหนดไว้ (8 ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทฯ และผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าระวางน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 20 กก.ต่อ 1 ใบ (โหลดได้ท่านละ 1 ใบ) กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง Hand Carry 7 กก.ต่อ 1 ใบ

    อาหารตามรายการระบุ(สงวนสิทธิ์ในการสลับมื้อหรือเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารตามสถานการณ์)

    ตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับพร้อมกรุ๊ป เป็นราคาตั๋วพิเศษไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือเลื่อนวันเดินทางได้ หากลูกค้ามีความประสงค์ที่จะเลื่อนวันเดินทางหรืออยู่ต่อไม่กลับพร้อมกรุ๊ป ลูกค้าจะต้องทำการซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่เท่านั้น

    โรงแรมที่พัก 2 คืน (พักห้องละ 2-3 ท่าน) กรณีพัก 3 ท่านจะเป็นที่นอนเสริม

    ค่ารถตู้พร้อมคนขับท่องเที่ยวตามรายการระบุ

    ค่าไกด์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์นำเที่ยวตามรายการ

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

    ประกันอุบัติเหตุวงเงิน1,000,000 บาท (เป็นไปเงื่อนไขตามกรมธรรม์)

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มพิเศษ,โทรศัพท์-โทรสาร,อินเตอร์เน็ต,มินิบาร์,ซักรีดที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

    ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน,อุบัติภัยทางธรรมชาติ,การประท้วง,การจลาจล,การนัดหยุดงาน,การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศ ซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ

    ค่าทิป 300 บาท/ทริป/ลูกทัวร์ 1 ท่าน(บังคับตามระเบียบธรรมเนียม)

PraewpringTravel ตรวจสอบแล้ว

Member Since Feb 2021

ขอยกเลิกบริการเสริมพักเดี่ยว เติมใจพักร่วมกับท่านอื่นที่บริษัททัวร์จัดให้
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
  • 25000 {{pay_now_price_html}}
0 บทวิจารณ์
0 บทวิจารณ์